Posted in อนุบาล,อิสลามศึกษา

A-Allah พระเจ้าของเรา

24257764_10212896777992497_2133294275_nว่ากันต่อถึง A-Z เวอร์ชั่นอัลอิสลาม  ได้แรงบันดาลใจจากอาขยานของคุณฟาฏิมะฮ์ แวสะมะแอ หลายๆ คำ แล้วนำมาปรุงเป็นฉบับบ้านเรา ยังไม่มีผู้รู้ตรวจเช่นเคย ถ้าเจออะไรผิดก็เตือนนะคะ

A-Allah อัลลอฮ์คือพระเจ้าของเรา
B-Baitullah เราละหมาดโดยผินหน้าสู่บัยตุลลอฮ์
C-Cave นะบีมุฮัมมัดรับวะฮีที่ถ้ำฮีเราะ
D-Dawah เราต้องเรียกร้องเชิญชวนสู่ความดี
E-Elephant นะบีมุฮัมมัดเกิดปีช้าง
F-Fast มุสลิมต้องถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน
G-Garment เราต้องสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดเอาเราะฮ์
H-Halal เราต้องรับประทานอาหารที่หะล้าลและดี
I-Islam อิสลามคือระบอบชีวิตของเรา
J-Jamaah เราต้องอยู่ร่วมกันเป็นญะมาอะฮ์
K-Knowledge ความรู้เป็นสิ่งล้ำค่า
L-Love เราต้องมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์
M-Muhammad นบีมุฮัมมัดคือศาสนทูตของเรา
N-Nuh นะบีนูห์พาคนและสัตว์ขึ้นเรือเป็นคู่ๆ
O-Olive มะกอกเป็นผลไม้ในสวรรค์
P-Pray เราต้องละหมาดวันละ 5 เวลา
Q-Quran อัลกุรอานคือทางนำของเรา
R-Rest เราพักผ่อนเพื่อให้มีแรงทำอิบาดะฮ์
S-Start เราเริ่มต้นการงานโดยกล่าว “บิสมิลลาฮ์”
T-Time เราต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์
U-Ummah เราต้องเป็นประชาชาติอิสลามที่มีคุณภาพ
V-Veil ผู้หญิงมุสลิมต้องคลุมหิญาบ
W-Whale นบียูนุสอยู่ในท้องวาฬ
X-X-ray อัลลอฮ์ทรงมองดูในหัวใจไม่ใช่ภายนอก
Y-Yaqeen เราต้องเชื่อมั่นต่ออัลลอฮ์
Z-Zakat มุสลิมต้องจ่ายซะกาต

ส่วนเรื่องตัวอักษร ก็เช่นเคย มุขถนนวนไป เอาไฟล์จากนี้ ให้คลิ๊กดาวน์โหลดตัวใหญ่ๆ ด้านล่าง (ตัวอักษรภาษาอังกฤษจะเสริชเจอเยอะค่ะ ใช้คำค้น “Alphabet Road”) เอารถแล่น หรือนิ้ววนไปตามชอบใจไม่บังคับ

นอกจากนี้ภาษาอังกฤษคงมีเรื่องพูด ออกเสียง ฯลฯ ซึ่งบ้านเราไม่ถนัด ไว้ฟังจากบ้านที่ถนัดมีประสบการณ์ละกันนะคะ

Advertisements
Posted in มุมคุณแม่,มุมเด็ก,สื่อการเรียนรู้,ห้องสมุด,อนุบาล

บ้าน 100 ชั้นเวอร์ชั่นบ้านอัรกอม

IMG_20170925_205611“บ้าน 100 ชั้น” เป็นหนังสือเด็กที่โดนใจตั้งแต่อ่านให้ลูกฟังครั้งแรก บวกกับเห็นสิ่งที่ลูกได้ จึงอยากมาแบ่งปันครอบครัวอื่น แต่บอกก่อนเลยนะคะว่า โดยส่วนตัวมิได้เชี่ยวชาญด้านงานเด็ก เพียงอ่านหนังสือและผลจากการลงมือทำบางเรื่องเท่านั้น … ว่าแต่ หนังสือเล่มนี้มีดีอะไร ไปตามติดกันต่อค่ะ

ที่สะดุดตาตั้งแต่แรกหยิบหนังสือเล่มนี้ คงเป็น วิธีเปิด ที่อาศัยความดีงามของด้านยาวหนังสือเพื่อทำเป็นความสูงของบ้าน หนังสือเดินเรื่องด้วยตัวละครเด็กน่ารักใสๆ กับความดึงดูดใจของมิตรภาพ ที่ชวนให้เข้าบ้านขึ้นบันไดไปสูงถึง 100 ชั้น Continue reading “บ้าน 100 ชั้นเวอร์ชั่นบ้านอัรกอม”

Posted in ภาษาไทย,สื่อการเรียนรู้,อนุบาล

ข.เขียน

18718268_10211333629354758_1949191759_nเด็กชายคนนี้ “หุซัยฟะห์” ลูกคนที่ 4 ของบ้าน ได้มีเหตุให้มาทำบ้านเรียนในปีนี้  ที่บ้านเราไม่ได้บังคับอ่าน-เขียน เพราะเห็นว่าเด็กควรเน้นพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กให้พร้อมก่อน ไม่ได้เร่งรัดลูก แต่ลูกบอกสนใจอยากทำ  อุมมีจึงจัดไป

เข้า Google เสริชหารูปภาพที่จะสอนเขียนภาษาไทย เอาแบบมีลูกศรนำทาง เพราะจุดยากของภาษาไทยคือม้วนหัวไปมาน่าเพลินใจ อัลลอฮฺให้เราได้พบ  http://thaibabylearn.blogspot.sg/2015/04/blog-post_7.html  ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

เรานำภาพจากในบล็อกนี้ …

Continue reading “ข.เขียน”

Posted in หลักสูตรการเรียนรู้,อนุบาล,อิสลามศึกษา

สาระการเรียนรู้ ของน้องหนูอนุบาล

หลัIMAG0126กสูตรการเรียนรู้ปฐมวัย ของน้องหนูอนุบาล แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ค่ะ คือ
1) ประสบการณ์สำคัญ พวกพัฒนาการต่างๆ และ
2) สาระที่ควรเรียนรู้ ซึ่งตามหลักสูตรของไทยก็แยกย่อยไป 4 สาระ คือ
2.1) เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
2.2) เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
2.3) ธรรมชาติรอบตัว
2.4) สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก

อันนี้คือภาษาหลักสูตร แบบที่ว่าถ้าเราจะคุยกับเจ้าหน้าที่ คุยแบบนี้น่าจะรู้เรื่อง นึกออกมั้ยคะ เช่นนี้เราก็เลยนำเรื่องที่ต้องการสอนเด็กมาเขียนแบ่งให้เป็น 4 สาระนี้ ถ้าเขียนแบบว่าอิสลามศึกษายกมาเลย เค้าก็อาจงงว่า อ้าวเธอ แล้ว 4 สาระของฉันอยู่ตรงไหน ไรงี้   Continue reading “สาระการเรียนรู้ ของน้องหนูอนุบาล”

Posted in ก้าวสู่บ้านเรียน,PPLคุย

บ้านเรียนอนุบาล ทำยังไง?

ถ้าได้มาส่องๆ ในบล็อกเราก็จะเห็นร่องรอยการเJpegริ่มต้นทำบ้านเรียนอนุบาลนะคะ ช่วงแรกเริ่มเราลอง เรามองหาหลายสิ่ง หนึ่งในนั้นคือ “หลักสูตร” เรามองหาว่า เอ.. ลูกจะต้องเรียนอะไรบ้างนะ จะต้องทำอะไรในแต่ละวัน  อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ณ เวลานั้นเราได้พบหลักสูตรบูรณาการอิสลามที่ใจดีให้ฟรีดูจากเว็บ ก็ไม่รอช้าที่จะแปล เพื่อเรียนรู้ตามนั้น

แต่ขณะที่แปลนั้น ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี มันก็รู้สึกยุ่งวุ่นวาย ไหนจะลูกๆ แต่ละวัน ไหนฉันจะต้องแปลหลักสูตร และต้องเตรียมเนื้อหาสอนอีกหรือนี่ … โอ … คิดตามแล้วสนุกมั้ย? หลังจากนั้นอัลลอฮฺก็ให้มีสิ่งที่ผ่านเข้ามา เพื่อเปลี่ยนแผนของชีวิต

เราย้ายมาอยู่ห้องเช่า ใกล้โรงเรียนเล็กๆ ของลูก เพราะตั้งท้องน้องคนที่ 4 เป็นที่ชัดเจนว่าเราไม่ไหวจัดการอะไรไปพร้อมกับทำบ้านเรียน แล้วชีวิตหลังจากที่ส่งพี่ๆ เข้าโรงเรียน และน้องคนที่สี่เติบโตมา ราวกับว่าเป็นลูกคนเดียว ในช่วงกลางวัน ก็ทำให้เราได้ไอเดีย ได้คำตอบสำหรับ “บ้านเรียนอนุบาล” ชัดเจนขึ้น อัลฮัมดุลิลลาฮฺ Continue reading “บ้านเรียนอนุบาล ทำยังไง?”

Posted in คณิตศาสตร์,ประถมต้น,มุมคุณแม่,อนุบาล

คณิต… คิดให้ง่าย

2014-04-20 09.39.29วันนี้เรามาชี้ชวนลูกๆ เรียนรู้คณิตศาสตร์กันค่ะ  … อ๊ะๆ ไม่ต้องหยิบดินสอกระดาษ เพราะคณิตศาสตร์เรียนรู้ได้จากสิ่งรอบตัวเลยยย

ในฐานะคุณครูคณิตศาสตร์และคุณแม่ที่สอนคณิตลูกเองตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน แม้จะอ่อนประสบการณ์ไปสักหน่อยกับ 9 ปีของความเป็นแม่ แต่ของแปะวิธีการไว้ตรงนี้ เพื่อแบ่งปัน และรอดูผลของมันในอีกสิบๆ ปีข้างหน้า (ถ้าไม่ได้ผลก็คงไม่ทันกลับมาต่อว่ากันละ)

ในบ้านของเราอาจมีบรรยากาศการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยที่ลูกไม่รู้ตัว(ว่ากำลังเรียนเลข) และแม่ก็ไม่ได้ตั้งท่าสอนด้วย (เวลาใครถามถึงต้องกลับมาคิดทบทวนว่าสอนอะไรลูกไปบ้าง) เรียกว่าสอนตามบรรยากาศพาไป ว่างั้นเถอะ

ในเรื่องการเรียนรู้ ตัวเลข ทำความคุ้นเคยกับตัวเลข อาจใช้การอ่านป้ายทะเบียนรถเวลานั่งรถออกไปข้างนอก อ่านได้บ้างไม่ได้บ้าง ถูกบ้างผิดบ้างไม่เป็นไร อ่านเลขซอย เลขถนน ดูไฟนับถอยหลัง เป็นการเรียนรู้ตามสไตล์ชีวิตคนกรุงฯ  นอกจากนี้เวลาเดินเล่น เจอนก เจอรถ เจอเรือ ก็สอนนับ ตรงนี้จะได้เรื่อง จำนวน (สอนให้รำลึกถึงการสร้างและความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺควบคู่ไปด้วยนะคะ และสามารถสอนเรื่องอื่นๆ ไปพร้อมกันได้ เช่น ชนิดรถเรือ ตามบรรยากาศตอนนั้นเลย) เดินขึ้นลงบันไดก็นับเลข นับเลขภาษาไทยได้แล้วก็เพิ่มอาหรับ-อังกฤษ คือเด็กต้องเรียนรู้ทั้ง ตัวเลข และ จำนวน แล้วนำมันมาเชื่อมโยงกันว่า ตัวเลขที่เขียนอย่างนี้หมายถึงจำนวนเท่าไหร่นะคะ

เรื่อง การบวก-ลบเลข อาจจะตั้งโจทย์เล่นกัน ในช่วงว่างๆ หาอะไรเล่นกัน ให้บวก-ลบเลขเป็นเกมหนึ่ง ทายถูกผิดไม่เป็นไร สอนนับนิ้วบวกลบเลข เวลาสอนให้เด็ก “บวก” ให้คล่องก่อนค่อยสอนลบ บวกได้คล่องจะรู้สึกมั่นใจว่า “ทำได้” จะได้มีกำลังใจพยายามลบซึ่งยากกว่า  เรื่องวิธีการเด็กจะนับนิ้ว นับเท้า นับฝาขวด หรือแค่จินตนาการ อันนี้แล้วแต่เค้าถนัดเลยนะคะ ไม่ต้องกะเกณฑ์ เพียงแต่โดยปกติแล้วเด็กควรเริ่มเรียนรู้จาก รูปธรรม ที่จับต้องได้ (นิ้ว ฝาขวด ก้อนหิน สิ่งของ ฯลฯ) แล้วจึงจินตนาการในใจได้  ส่วนการลบเลขสอนเมื่อเค้าบวกเลขคล่องแล้ว ใช้วิธีหักจากนิ้วที่มีอยู่ เอาฝาออก หรือใช้การนับถอยหลังช่วย อาจจะเสริม แบบฝึกของคุมอง ก็ได้

พอบวกลบเลขหลักเดียวได้แล้ว อาจเพิ่มความสีสันเข้าไป เช่น แทนที่จะถามว่า 3+4=?  ก็ถามว่า 3ร้อย+4ร้อย=?  หรือ 3พัน+4พัน=? คือให้เค้าฝึกมอง ร้อย พัน เหมือนเป็นหน่วย ก็บวกแบบเดิม แต่ดูเหมือนบวกได้เยอะ เด็กที่บ้านชอบมาก ดูเยอะสะใจดี  (แต่เด็กอาจต้องใช้เวลากับเลข ยี่สิบ ขอเวลาทำความรู้จักคุ้นเคยกับมันนิดนึง) ทีนี้ก็มันส์ จะบวกสิบล้าน ร้อยล้าน ก็ย่อมได้  ยิ่งถ้ามีพี่น้อง พี่ๆ จะชวนเพิ่มความยากของโจทย์ ให้น้องต้องรีบเรียนรู้ไปในตัว

อีกวิธีฝึกสำคัญคือ การใช้เงินซื้อของในชีวิตจริง อันนี้ได้ฝึกทักษะชีวิตและการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนไปด้วยในตัว ให้เด็กได้เงินค่าขนมในจำนวนที่เหมาะสม เลือกซื้อขนมเอง (ฝึกเลือกของมีประโยชน์ ดูตราหะล้าล วันหมดอายุ) แบ่งเงินหยอดกระปุก สะสมเงินไว้ซื้อของที่ต้องการหรือบริจาค  เด็กๆ จะได้ฝึกคำนวณว่า  ถ้าเก็บวันละ 5 บาท กี่วันจะครบจำนวนที่ต้องการ คือเรียนรู้เรื่องคูณหารไปแบบไม่รู้ตัว

พอเด็กๆ ได้ฝึกบวกลบเลขหลักเดียวจนคล่อง ก็ค่อยๆ เพิ่มเป็นสองหลักสามหลัก เค้าก็จะสร้างวิธีการของเค้า นับนิ้ว นับของ นับเท้าช่วย ตอนหลังทำเป็นคิดแต่แอบนับนิ้ว บางทีก็จำได้ อะไรทำนองนี้ค่ะ  โจทย์ยอดฮิตของบ้านเราคือตอนขึ้นทางด่วน พอ Easy Pass ผ่านแล้วจะขึ้นว่า ด่านนี้ 25 บาท เหลือ 350 บาท เราก็ตั้งโจทย์ถามเด็กว่า เดิมมีกี่บาท  เค้าจะได้ฝึกบวกลบเลขสองสามหลักในใจ พอตอบมาให้อธิบายวิธีคิดแล้ว เราอาจแนะเทคนิคบวกลบเลขอีกแบบที่เค้าไม่ได้ใช้ คือของเค้าไม่ได้ผิด แต่ให้วิธีอื่น เผื่อถูกใจแล้วเค้าเอาเทคนิคเหล่านั้นไปใช้ต่อ  นอกจากโจทย์บวกลบที่บอกไปแล้ว ก็เพิ่มความซับซ้อน เช่น ด่านที่หนึ่งจ่ายไป 50 บาท ด่านที่สองจ่ายอีก 25 บาท เหลือ 295 บาท แสดงว่าก่อนขึ้นทางด่วนมีกี่บาท พอถามคำตอบ ถามวิธีคิด แล้วก็แนะเทคนิคเพิ่ม เป็นต้น

ส่วนในเรื่องการรู้จัก เลขคู่-เลขคี่ แรกๆ บอกเค้าว่าเลขคู่-เลขคี่มันจะอยู่สลับกัน ให้นับ 1 เสียงดัง แล้วทำปากนับ 2 แต่ไม่ต้องออกเสียง นับ 3 เสียงดัง ทำปากนับ 4 แต่ไม่ออกเสียง  เราก็จะได้ออกเสียง 1,3,5,7,9,… อันนี้คือเลขคี่  ส่วนเลขคู่ก็ทำในทำนองเดียวกันแต่สลับกัน ก็จะได้ 2,4,6,8,…  ตัวที่เด็กมักสับสนคือเลข 0 ถ้าใช้วิธีนี้ก็บอกว่ามันสลับกัน เมื่อ 1 เป็นเลขคี่ 0 ก็เป็นเลขคู่นั่นเอง

แต่ในเรื่อง เลขคู่-เลขคี่ นี้ ที่ลองสอนลูกโดยใช้นิยาม เหมือนจะจบและเข้าใจง่ายสุด อาจใช้ ฝาขวด วาดรูปจุด หรือนับนิ้วช่วย อธิบายว่า เลขคู่ พอจับคู่แล้วมันจะหมดไม่มีเหลือ แต่เลขคี่จะจับคู่ได้ไม่พอดี เหลือเศษ  เช่น เลข 7 วาดจุด 7 จุด แล้วจับคู่ทีละสอง จะเหลือ 1 จุด แสดงว่าเป็น เลขคี่  หรือเลข 4 วาด 4 จุด แล้วจับคู่กันจะไม่เหลือเศษ แสดงว่าเป็นเลขคู่  ทีนี้พอมาอธิบายเลข 0 ก็จะง่าย มันไม่เหลือเศษใช่มั้ย ก็แสดงว่าเป็นเลขคู่

การอธิบายเด็กจาก นิยาม ทางคณิตศาสตร์ จะช่วยให้เด็กเข้าใจได้ง่าย เพียงแต่อาจปรับภาษา ใช้การยกตัวอย่าง ให้ลงมือนับขีดเขียน ก็จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น อินชาอัลลอฮฺ คงได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องพีชคณิตที่ซับซ้อนขึ้นในโอกาสต่อๆ ปายยย