Posted in ก้าวสู่บ้านเรียน,ประเมินผล

ประเมินบ้านเรียนประถม

ใกล้ช่วงเวลาประเมินผลประจำปีของบ้านเรียน ก็ได้เวลานำเสนอไฟล์ รายงานการประเมินคุณภาพผู้เรียน Homeschooling SAR (Self-Assessment Report) ของภาคีเครือข่ายบ้านเรียนสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ในไฟล์นี้ใช้ฟอนต์ Sarabun New นะคะ เป็นไฟล์นามสกุล .docx พร้อมสำหรับนำไปปรับพิมพ์ของแต่ละบ้านเรียนได้เลย  วิธีใช้คือให้ลงฟอนต์ก่อน แล้วโหลดไฟล์เปิดก็จะได้หน้าตาพร้อมใช้งาน ถ้าจะมีข้อความกระโดดบ้าง เราก็ว่าไม่น่าจะเยอะเกินจัดค่ะ หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือพิมพ์ได้ตามคำแนะนำในไฟล์ที่ภาคีเครือข่ายบ้านเรียนฯ จัดทำไว้ได้เลย

มีอีกตัวช่วยหนึ่งในการใช้ไฟล์คือ ให้ไปที่เมนูด้านบน เลือก View แล้วคลิกเลือกที่ Navigation Pane มันจะขึ้นแถบเมนูทางซ้ายมือ เป็นหัวข้อต่างๆ เมื่อคลิกแล้วจะไปที่หัวข้อนั้น ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ต้องเลื่อนขึ้นเลื่อนลงจนลายตา และยังมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของไฟล์ได้ด้วย  ก็หวังว่าการรีพิมพ์ไฟล์นี้จะช่วยให้ครอบครัวบ้านเรียนทำงานกันได้สะดวกนะคะ 🙂

ขอคุยต่อจากมุมมองตัวเองซึ่งจริงๆ แล้วยังถือเป็นมือใหม่สำหรับการประเมิน แต่กระนั้นก็ยังอยากชวนมองมุมที่เห็นและเผื่อเป็นประโยชน์กับสังคมนะคะ  คืออยากจะอธิบายให้ฟังว่า ถ้าการประเมินผลในระบบโรงเรียน จะมีเกณฑ์มาตรฐานวางไว้ การประเมินผล (ส่วนใหญ่อาจจะเป็นรูปแบบทำข้อสอบแล้วสรุปออกมาเป็นคะแนน) ก็เพื่อบอกว่าเด็กทำได้ตามเกณฑ์ที่วางไว้รึเปล่า

แต่สำหรับการประเมินของบ้านเรียนนั้น มันจะไม่เหมือนกัน คือ ประเมินว่าที่เขียนไว้ในแผนการจัดการศึกษา ได้ทำแค่ไหน อย่างไร เด็กทำได้แค่ไหน แล้วสะท้อนกลับมาที่วิธีการจัดการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพไหม ควรปรับปรุงตรงไหนอย่างไรในปีต่อ ๆ ไป  อาจเรียกได้ว่า การประเมินของบ้านเรียนจะมีผลสะท้อนกลับไปแก้ถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของการจัดการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียนควบคู่กันไป การประเมินรายปีจึงเป็นกลไกที่ช่วยให้ผู้จัดการเรียนรู้ได้มองเห็นและพยายามพัฒนาตนเองไปในรายปี เรียกว่าก็มีกลไกการตรวจสอบปรับปรุงในแบบของบ้านเรียน อาจจะแตกต่างจากโรงเรียนอยู่บ้าง แต่เราต่างก็กำลังพยายามพัฒนาเพื่อลูกหลานที่เป็นอนาคตของสังคมค่ะ

Advertisements
Posted in บันทึกบ้านเรา,PPLคุย

เรียนแบบบ้านๆ

IMG_20170927_093858จุดเด่นอย่างหนึ่งของบ้านเรียน คือ การเลือกเรียนรู้ตามความสนใจของผู้เรียน ถือเป็นโอกาสที่จะค้นหาความถนัดของลูกแล้วส่งเสริมได้ตั้งแต่ยังเด็ก  แต่ตรงนี้ก็เป็นความท้าทายมากเหมือนกัน เพราะการที่หลักสูตรไม่ได้ถูกออกแบบกะเกณฑ์ มันต้องวนหา ลองแล้วลองอีก ผิดแล้วพลาดอีก กว่าจะได้พบว่า อันนี้น่าจะใช่นะ  พอใช่แล้วก็ไม่จบ จะทำยังไงนะ จะเรียนรู้ยังไงนะ แบบไหนถึงจะพอดี  แล้วจะมีลีลายังไงในการเชิญชวนให้ลูกสนุกสนใจไปกับการเรียนรู้ด้วย เพื่อให้มันมีประสิทธิผล (ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ)

และด้วยจุดเด่นนี้อีกเช่นกัน ทำให้เราได้ โฟกัสกับเนื้อหาวิชาตามที่สนใจ เพิ่มเวลาทักษะการลงมือ ที่จะต่อยอดได้  และที่สำคัญกว่านั้น คือ การขัดเกลาแก้ปัญหามารยาทและบุคลิกภาพของลูกได้เต็มที่  เราเห็นว่าลูกเป็นยังไง เราเป็นยังไง เรารู้ว่าปัญหาคืออะไร เราได้ดุอาอฺ ได้วางแผน ได้พยายามที่จะปรับปรุงมัน ได้ใช้เวลากับมันเต็มที่  เพราะการขัดเกลาชีวิตก็คือหนึ่งในการเรียนรู้ที่สำคัญและเราให้น้ำหนัก  เพียงแต่เราบอกเลยว่า เราไม่ได้แก้และเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ในพริบตา บางเรื่องเราใช้เวลาระยะหนึ่งแล้วปรับได้ บางเรื่องเราพยายามแล้วพยายามอีก ล้มแล้วล้มอีก ก็ยังเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เราถือว่าการได้เริ่มต้นพยายาม การรู้ปัญหา และอยู่กับการพยายามแก้ไข นั่นคือทางไปที่ถูกต้องแล้ว และเราเชื่อมั่นในความช่วยเหลือของอัลลอฮฺในสักวันหนึ่ง

ด้วยการเรียนแบบบ้านๆ ที่มีครูคนเดียวในสองช่วงชั้น คือ ประถม-อนุบาล (ยังไม่รวมว่าครูต้องทำงานบ้านด้วยแล้ว) ถ้าเป็นคนลงมือเลี้ยงลูกเองน่าจะพอคิดตามออกนะคะ ว่าตารางที่วางไว้มันจะไม่เป๊ะแน่นอน  บางทีเราต้องสลับดูจังหวะน้องๆ ว่าเล่นกันเพลินไหม ถ้าโอเคเอาพี่ได้ ถ้าน้องไม่โอเคเอาน้องก่อน พี่หาอะไรที่สนใจทำไป  เพียงแต่ละวันวางไว้ว่าใครต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ ในวันนั้นก็อาจจะได้ไม่ครบ  แต่เราคงไม่สามารถจะตัดสินอนาคตเด็กคนหนึ่งจากการดูชีวิตเค้าในหนึ่งวัน ลองให้โอกาสดูกันยาวๆ นะคะ อีกสัก 20 ปี เราคงพอจะเห็นดอกผลของการเลี้ยงดูและให้การศึกษาในวันนี้  แม้แต่คนเป็นแม่ที่สอนลูกเอง ก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้จะถูกต้องทั้งหมด เพียงแต่เราดุอาอฺ วางแผน เราอ่านค้นคว้า เราพยายาม และเชื่อมั่นในความสำเร็จที่มาจากอัลลอฮฺ ถ้าชีวิตเราเดินไปด้วยการมอบหมายและเชื่อว่านี่คือเส้นทางที่อัลลอฮฺเลือกให้ เราย่อมเดินไปอย่างมั่นใจและยอมรับในกำหนดที่สวยงามของพระองค์เสมอ

และเป็นความโปรดปรานมหาศาล ที่คู่ครองคู่คิด คือคนที่ร่วมคิดวางแผน ให้คำปรึกษา และให้กำลังใจเคียงบ่าเคียงไหล่กันแก้โจทย์ปัญหาชีวิต  ชอบที่ นพ.ประเสริฐ บอกว่า เรื่องการเลี้ยงลูกไม่มีอะไรถูกผิด อยู่ที่คนเป็นพ่อแม่ปรึกษากันแล้วลองกันไป ปรับกันไป  ดูเป็นนิยามที่ง่ายและใช้ได้จริงดี  เพราะชีวิตต้องเจอปัญหา เราไม่ได้อยู่สบาย เราไม่อาจใช้ชีวิตอยู่อย่างวางใจ จนกว่าเท้าจะได้ก้าวเข้าสวรรค์ ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ

ป.ล. ขอบคุณน้องๆ บ้านเรียนที่เห็นคุณค่าในย่างก้าวของพี่และให้กำลังใจตอบกลับมา พวกเธอเป็นเพียงไม่กี่ครอบครัวในวันนี้ แต่พี่เชื่อว่าในอนาคต เราอาจได้มีประโยชน์สำหรับอีกหลายๆ ครอบครัว (ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ)

 

Posted in คณิตศาสตร์,บันทึกบ้านเรา,มุมคุณแม่,แบบฝึกหัด,PPLคุย

แบบฝึกหัดในบ้านเรียน

2842วันนี้ขอชวนคุยเรื่องเรียนๆ ของบ้านเรียนเรา … ก็ตามที่เข้าใจกันค่ะว่า บ้านเรียนนั้นมีอิสระในการเรียนรู้ แต่ละบ้านก็จะมีจุดเน้นไปตามความถนัดหรือสิ่งที่โดดเด่นของแต่ละบ้าน ต่างจากในโรงเรียน  สำหรับบ้านเราก็เช่นกัน เราก็เน้นเรียนรู้ตามความถนัดสนใจของลูก แต่กระนั้น เราก็ยังมีขาหนึ่งซึ่งเกาะเกี่ยวความรู้ในระบบไว้ด้วย โดยเฉพาะบางวิชาที่เราถนัด เราจึงชวนให้ลูกสนใจ

ขอโฟกัสไปที่ตัววิชาที่เราสอนนะคะ (เรื่องอื่นๆ คงรอจังหวะเหมาะกว่านี้ค่อยได้คุย) เราเล่นง่ายด้วยการซื้อแบบฝึกหัดสรุปเนื้อหาทุกวิชาทั้งปี มาไล่อ่านและทำไป เราแค่วางตารางว่า ช่วงเวลานี้เราจะทำแบบฝึกหัดกันนะ แล้วก็รักษาให้สม่ำเสมอทุกวันเรียน แต่เราก็ให้อิสระลูกในการเลือกว่า อยากอ่านวิชาอะไร อยากทำตรงไหน แล้วพอทำไปเยอะๆ ค่อยเก็บไล่ดูว่าขาดเหลือตรงไหนก็ทำก็อ่าน ซึ่งถึงเป็นเรื่องที่ไม่อยากทำในตอนแรก มันก็จะมีแรงจูงใจมากขึ้นแล้วเพราะว่า “เหลือแค่ … เรื่องเอง ก็จะจบ”

สำหรับบางคนเราใช้หนังสือเล่มใหญ่ที่รวมทุกวิชา เพื่อเก็บเนื้อหาโดยรวมให้ครอบคลุม  แล้วเราค่อยดูว่า วิชาไหนเนื้อหาสรุปเกินไปหรือเป็นวิชาที่ลูกสนใจจะไปต่อ ก็หาซื้อเนื้อหาเยอะๆ เฉพาะวิชานั้นมาหรือซื้อแบบเรียนกันมาเลย

แต่สำหรับลูกบางคนมีแบบเรียนอยู่บ้างเราก็หยิบมาใช้ค่ะ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ลูกเราไม่ใช่เด็กฉลาดกว่าคนอื่นๆ เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป คณิตศาสตร์ของลูกครูคณิต ก็เป็นปกติเด็กที่ ไม่ชอบท่องสูตรคูณ ไม่ชอบคูณสองชั้น ไม่ชอบหารยาว ฯลฯ   Continue reading “แบบฝึกหัดในบ้านเรียน”

Posted in ก้าวสู่บ้านเรียน,PPLคุย

ตารางบ้านเรา

15400890_10209829553033790_3296331240997930360_n(2)ถ้าเป็นครอบครัวบ้านเรียนขนานแท้จะรู้ว่า ตารางเรียนนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะเราเรียนรู้กันไปตามความสนใจของลูก เพียงในแต่ละวันอาจพอมีกำหนดการหลวมๆ ว่าทำอะไรตอนไหน  … แต่กระนั้น เมื่อบ้านเรียนเราประกอบด้วยหลายชีวิต สองช่วงวัย (ประถม-อนุบาล) เราจึงต้องทำอะไรแบบกึ่งแบบแผนดูบ้าง

เราเคยทำตารางแบบเป็นวิชาแบบในโรงเรียน แล้วก็พบว่ามันขัดแย้งกับความอยากเรียนของลูกสุดๆ ในเวลานั้นเราปรับชีวิตเข้าโรงเรียนไป … แต่ตอนนี้เรากลับมาทำบ้านเรียน พร้อมกับความมุ่งมั่นใหม่ที่จะปรับตารางให้ไฉไลใช้ได้จริง ก็ออกมาเป็นตารางที่เห็น (อันที่จริงอยากลองใช้นานกว่านี้ แต่มีบางสิ่งที่ชวนให้เราโพสเร็วขึ้น)  Continue reading “ตารางบ้านเรา”

Posted in ก้าวสู่บ้านเรียน,บันทึกบ้านเรา,มุมคุณแม่,PPLคุย

ผู้จัดการ “บ้านเรียน”

ขอ2842แวะบันทึกการจัดการในมุม “บ้านเรียน” บ้าง

ถามว่าตอนนี้ “ลงตัว” รึยัง ตอบเลยว่า “ยังค่ะ”
แต่ถามว่า “แล้วอะไรที่ทำให้เรามั่นใจเดินต่อในเส้นทางนี้ ก็คงเพราะร่องรอยการเปลี่ยนแปลงดีๆ ที่ปรากฏให้เห็น

บ้านเรียน ไม่เหมือนโรงเรียนค่ะ เปิดเทอมปุ๊บไม่ได้มีหลักสูตรมีตารางสอนมีคนสอนรอไว้เลย (อันที่จริงก็ทำรอได้ แต่เนื่องจากภารกิจช่วงปิดเทอมของเราทำให้ต้องมาเตรียมเปิดเทอมเอาช่วงนี้) สรุปว่า ณ เวลานี้ ยังไม่ได้มีวิชาการปังๆ มีตารางตายตัวแน่นอน แต่เราเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น มีวิชาที่ใส่เข้าไปบ้างแล้ว และกำลังเพิ่มปรับให้เข้าที่ เรื่องนี้เราคงไม่เล่าอะไรเยอะ จนกว่าจะผ่านจุดลงตัวช่วงนั้นก่อนนะคะ

แต่สัญญาณที่ช่วยให้เรายืนยันยืนหยัด ก็ด้วยหลายๆ เหตุผลต่อไปนี้ เช่น Continue reading “ผู้จัดการ “บ้านเรียน””

Posted in ก้าวสู่บ้านเรียน,ประเมินผล

ประเมินผม?

17492789_10210777095641763_8900391323378618040_oพูดถึงเรื่อง “การประเมินผล” ก็ออกจะเข้าใจระบบการศึกษาในโรงเรียนที่เป็นระบบใหญ่นะคะ ระบบใหญ่ เด็กเยอะ ก็ต้องประเมินด้วยตัวเลขที่สามารถวัดกันหรือจัดลำดับกันได้เป็นธรรมดา เพราะคะแนนก็มีผลต่อการศึกษาในขั้นต่อๆ ไป

พอมาดูในมุมของ “บ้านเรียน” ที่ว่าเป็นระบบที่เล็กลงแล้ว จะว่าไม่อาจวัดตัดสินด้วยคะแนนก็เป็นได้ เพราะเด็กแต่ละคนมีหลักสูตรการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน แต่กระนั้น เราก็ต้องสรุปเรียงเป็นคะแนน เพื่อให้สื่อความหมายต่อการวัดผลว่า เด็กทำได้ ไม่ได้ มากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็เข้าใจอีก

แต่ถามว่า “คะแนน” ของในระบบโรงเรียนกับบ้านเรียนต่างกันมั้ย แน่นอนว่า ต่าง เพราะในโรงเรียนการวัดผลมาจากการเรียนรู้ตามหลักสูตร แบบว่าเนื้อหาเดียวกัน อาจมีหนังสือเรียนต่างสำนักพิมพ์ หรือกิจกรรมการเรียนรู้ต่างกันบ้าง แต่ก็วัดผลในเรื่องเดียวกัน  แต่สำหรับบ้านเรียน เด็กแต่ละบ้าน แต่ละคน อาจจะเรียนรู้ไม่เหมือนกัน วัดผลคนละเรื่อง แต่แล้วก็แปรเป็นคะแนนออกมาเพื่อสื่อความให้คนเข้าใจถึงผลการเรียนรู้ของเด็กคนนั้น

สำหรับบ้านเรียนแล้ว ก่อนที่จะประเมินออกมาเป็นคะแนนนั้นต้องใช้อะไรบ้าง? คำตอบคือ “ร่องรอยการเรียนรู้” ค่ะ คือ การบันทึกการเรียนรู้ในแต่ละวันของเด็ก ภาพถ่าย ไฟล์เสียง คลิปวีดีโอ ผลงาน ฯลฯ เก็บมันให้หมดค่ะ นั่นคือร่องรอยการเรียนรู้ที่มีค่า

จะเปรียบเทียบให้เห็นว่าทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงมีค่า?  ถ้าดูในระบบโรงเรียน ก็จะมีแบบฝึกหัด ใบงาน ผลงาน สอบเก็บคะแนน เป็นการวัดประเมินผลที่โรงเรียนทำเบ็ดเสร็จ ตัดออกมาเป็นคะแนนเป็นเกรดกันเรียบร้อย  แต่ถ้าบ้านเรียนเราไม่ได้ทำคะแนนเอง ดังนั้น การเก็บร่องรอยที่จะให้เขตฯ ได้เห็นว่า เราทำอะไรไปบ้างในแต่ละวัน ลูกได้เรียนรู้อะไรบ้าง จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยสรุปก็คือ เราต้องทำยังไงก็ได้ ให้ผู้คนรับรู้ว่า ลูกฉันอยู่ที่บ้านก็เรียนรู้นะจ๊ะ มิได้ชิวไปวันๆ

ทีนี้ขอคุยเล็กลงมาในส่วนของบ้านเรา … Continue reading “ประเมินผม?”

Posted in ก้าวสู่บ้านเรียน,PPLคุย

บ้านเรียนอนุบาล ทำยังไง?

ถ้าได้มาส่องๆ ในบล็อกเราก็จะเห็นร่องรอยการเJpegริ่มต้นทำบ้านเรียนอนุบาลนะคะ ช่วงแรกเริ่มเราลอง เรามองหาหลายสิ่ง หนึ่งในนั้นคือ “หลักสูตร” เรามองหาว่า เอ.. ลูกจะต้องเรียนอะไรบ้างนะ จะต้องทำอะไรในแต่ละวัน  อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ณ เวลานั้นเราได้พบหลักสูตรบูรณาการอิสลามที่ใจดีให้ฟรีดูจากเว็บ ก็ไม่รอช้าที่จะแปล เพื่อเรียนรู้ตามนั้น

แต่ขณะที่แปลนั้น ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี มันก็รู้สึกยุ่งวุ่นวาย ไหนจะลูกๆ แต่ละวัน ไหนฉันจะต้องแปลหลักสูตร และต้องเตรียมเนื้อหาสอนอีกหรือนี่ … โอ … คิดตามแล้วสนุกมั้ย? หลังจากนั้นอัลลอฮฺก็ให้มีสิ่งที่ผ่านเข้ามา เพื่อเปลี่ยนแผนของชีวิต

เราย้ายมาอยู่ห้องเช่า ใกล้โรงเรียนเล็กๆ ของลูก เพราะตั้งท้องน้องคนที่ 4 เป็นที่ชัดเจนว่าเราไม่ไหวจัดการอะไรไปพร้อมกับทำบ้านเรียน แล้วชีวิตหลังจากที่ส่งพี่ๆ เข้าโรงเรียน และน้องคนที่สี่เติบโตมา ราวกับว่าเป็นลูกคนเดียว ในช่วงกลางวัน ก็ทำให้เราได้ไอเดีย ได้คำตอบสำหรับ “บ้านเรียนอนุบาล” ชัดเจนขึ้น อัลฮัมดุลิลลาฮฺ Continue reading “บ้านเรียนอนุบาล ทำยังไง?”