Posted in มุมคุณแม่,ห้องสมุด,PPLคุย

นั่งฟัง “โต๊ะโตะจัง”

25129895_10212975296955422_993250492_o (1)

เคยอ่านรีวิวหนังสือเล่มนีแล้วสนใจมาก แต่ตอนนั้นหาซื้อไม่ได้ มาวันหนึ่งมีน้องซื้อหนังสือเล่มนี้ให้เป็นของขวัญ เราว่าถ้ามันเป็นของขวัญที่อัลลอฮฺจัดให้ ย่อมมีหิกมะฮฺบางอย่าง และในมุมแรกที่นึกได้คือ ถ้าเราได้ลองมองโลกในมุมของเด็กมากขึ้น น่าจะเข้าใจลูกได้ดีขึ้น ถ้าเราได้รู้ว่าโรงเรียนในฝันของเด็กๆเป็นยังไง และครูใหญ่ในดวงใจของเด็กๆ เป็นยังไง ก็น่าจะช่วยปรับมุมมองของเราได้ และมันคงไม่ได้เปลี่ยนแค่ความคิดของเรา แต่อาจพาให้ชีวิตทั้งครอบครัวของเราปรับไป ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ … แล้วการนั่งฟังโต๊ะโตะจังเล่าถึงโรงเรียนในฝันก็เริ่มขึ้น

เราคงไม่เล่าว่าเนื้อหาในเล่มเป็นยังไง แต่ขอบันทึกความประทับใจซึ่งอาจเป็นแนวคิดสำหรับครอบครัวเราและครอบครัวอื่นๆ เน้นในมุมของการจัดการศึกษานะคะ

ธรรมชาติของเด็ก โต๊ะโตะจังเป็นเด็กที่ร่าเริง ซุกซน และมีหัวใจที่อ่อนโยน เห็นได้จากความรักจริงใจที่มีให้คนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่สุนัขที่เลี้ยง  เด็กที่ดูแล้วน่าปวดหัวในโรงเรียนเก่า แต่เมื่อได้มาอยู่ที่โรงเรียนโทโมเอก็เป็นเด็กคนหนึ่งซึ่งครูใหญ่บอกว่า “ความจริงหนูเป็นเด็กดี” ประโยคนี้ทำให้เธอเชื่อว่าตัวเองเป็นเด็กดี  เธอเป็นเด็กที่ดูจะสนใจใฝ่รู้ ตะโกนเสียงดังเป็นธรรมชาติ แต่เมื่อถึงบางเวลาต้องเงียบ เช่น ตอนไปดูพ่อซ้อมดนตรี หรือตอนไปงานศพเพื่อน ก็รู้ว่าควรจะสงบอย่างไรโดยไม่ต้องมีใครบอก  และด้วยความที่เธอไม่ได้ถูกปิดกั้นความเป็นธรรมชาติของเธอ ก็ดูเธอจะเติบโตมาอย่างมีความสุข แม้จะมีเรื่องเศร้าเรื่องทุกข์ ก็ดูเป็นการเรียนรู้ชีวิตแบบเป็นธรรมชาติได้ดีจัง

ครูใหญ่ในฝัน  คุณครูโคบายาชิ ผู้ซึ่งหัวใจอ่อนโยนและรักเด็กๆ มาก ครูที่เหมือนจะรู้ใจเด็กๆ ไปเสียหมดว่าอยากทำอะไร อะไรที่จะทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข อะไรที่จะช่วยลดปมด้อยและสร้างกำลังใจให้เด็กๆ ครูที่สร้างโรงเรียนในฝันซึ่งประทับใจเด็กไปอย่างยาวนาน แม้โรงเรียนนั้นจะมีเวลาเพียง 8 ปี ครูที่ละมุนละไมกับความรู้สึกของทุกคน ที่จัดงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อเลี้ยงส่งภารโรง เรียกครูประจำชั้นไปดุส่วนตัวในครัวที่บ้านครูใหญ่ ไม่ใช่ในห้องพักครู และอีกมากมาย…

การจัดการเรียนรู้  การเรียนรู้ที่หยิบเอาความอิสระมาใช้ เช้ามาครูเขียนขึ้นกระดานว่าต้องเรียนอะไรบ้าง แล้วให้เด็กแต่ละคนเลือกวิชาที่อยากเรียนมาเอง ใครจะเรียนอะไรก่อนหลังก็ได้ ถ้าทุกคนเรียนครบในครึ่งวันแรก ช่วงบ่ายก็จะได้เดินเล่น ยังไม่รวมการเรียนรู้จากประสบการณ์อีกสารพัด ไปแค้มปิ้งทำอาหาร เชิญคุณครูชาวนามาให้ความรู้ ฯลฯ

เป็นหนังสือที่รู้สึกสุขใจเมื่อได้ท่องไป ได้เห็นภาพ ได้เข้าใจหัวใจของเด็กๆ มากขึ้น ได้เห็นหัวใจของผู้ใหญ่ที่เห็นคุณค่าของเด็กและพยายามสรรค์สร้างการเรียนรู้ที่เข้าถึงหัวใจดวงน้อยอย่างดี ขอแนะนำสำหรับแม่ๆ หรือคุณครู โดยเฉพาะชาวบ้านเรียนนะคะ เมื่อการเรียนรู้ของเราไม่ได้จำกัดว่าต้องเรียนอะไรอย่างไรบ้าง การได้เห็นภาพการเรียนรู้ในหนังสือเล่มนี้ แล้วมาจัดให้เหมาะกับบ้านเรียนเรา ก็ดูน่าจะตอบโจทย์ครอบครัวได้ดี อินชาอัลลอฮฺ

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ สำหรับหนังสือดีๆ อีกเล่ม ญะซากุมุลลอฮุคอยรอน สำหรับคนให้หนังสือ และลูกๆ ที่เข้าใจแบ่งให้อุมมีอ่านด้วย ❤

Advertisements
Posted in มุมคุณแม่,ห้องสมุด,PPLคุย

เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น

24208799_10212910457774483_32934918_o (1)

จุดแตะใจของหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่ชื่อเรื่อง แต่เป็นคำโปรยที่พูดถึงเคล็ดลับฝึกให้ลูกคิดเอง ทำเป็น ตัดสินใจได้ ด้วยการจัดระเบียบข้าวของแบบลด โละ ละ  … มันตรงกับคำถามในใจพอดี ที่เราอ่านและพยายามทำตามเรื่องการจัดระเบียบบ้าน แต่ก็มีคำถามว่าถ้าบ้านที่การจัดระเบียบไม่ทันประชากรรื้อจะทำยังไง? เราจะมีวิธีเชิญชวนให้คนเข้าร่วมฝ่ายจัดระเบียบมากขึ้นได้ยังไง? ก็เลยสอยเล่มนี้มา

แล้วก็ได้คำตอบมากกว่าที่คาด หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกวิธีสอนลูกจัดระเบียบตรงๆ แต่ได้ชวนพ่อแม่คิดตามถึงกระบวนการลด โละ ละ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่จัดบ้าน แต่ให้คำตอบว่ากระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกยังไง มุมมองของพ่อแม่ที่ต้องทำเป็นแบบอย่างก่อน ลดอัตตาของตัวเองลง และมีอะไรอีกเยอะแยะขอยกมาให้ชิมกัน

ً”ความกล้าที่จะ “แข็งใจไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย” เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องมี  แม้ช่วงแรกอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องฝึกให้เด็กคิดและทดลองทำด้วยตัวเอง หากพ่อแม่ยังเข้าไปก้าวก่ายไม่ยอมห่างจะทำให้เด็กเคยชินกับการเป็น “ผู้รับ” ที่คอยแต่ฟังคำแนะนำ”

“เช่นเดียวกัน การลด โละ ละ ก็ให้ความสำคัญกับการยอมรับความคิดเห็นและค่านิยมที่ต่างกันไปในแต่ละคน การเปิดใจยอมรับความหลากหลายทางความคิดและค่านิยมที่ต่างจากตัวเองจะทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น  การที่พ่อแม่ทำตัวเป็นแบบอย่างเช่นนี้ ส่งผลให้เด็กรู้จักปรับตัวและมีทักษะการคิดที่ยืดหยุ่นมากขึ้น”

“การคิด-เลือก-ตัดสินใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า “จำเป็นหรือไม่จำเป็นสำหรับตัวเองในตอนนี้” คือ พื้นฐานของทักษะการคิด  การพินิจว่าของสิ่งนั้น “เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับตัวเองในตอนนี้” คือ ความรู้สึก  ส่วนคำถามที่ว่าสิ่งนี้ “น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจสำหรับตัวเองในตอนนี้” คือ อารมณ์”

“จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้เราทุกคนต่างเผชิญหน้ากับ “คำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว”  ไม่ว่าจะเป็นการบรรลุเป้าหมายในการทำงานก็ดี การเลี้ยงลูกก็ดี ต่างไม่มีคำตอบตายตัวหรือวิธีแก้โจทย์ปัญหาเพียงวิธีเดียว ส่วนจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร ต้องคิดด้วยตัวเองโดยปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์”

“คนเรามักยอมรับคำพูดที่ว่า “เด็กมีความสามารถไร้ขีดจำกัด”  ซึ่งไม่ผิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเด็กมีเวลาอย่างไร้ขีดจำกัด”

“มีคำกล่าว่า “ลูกเติบโตโดยมีพ่อแม่เป็นแบบอย่าง” การเฝ้ามองพ่อแม่ซึ่งดำเนินชีวิตโดยมีสำนึกรับผิดชอบและนับถือตนเองนั้น เป็นอิทธิพลทางบวกต่อการเติบโตของเด็กอย่างมาก”

“ในกระบวนการสร้างบทบาทของตัวเอง เด็กจะได้พบกับผู้ที่เป็นเสมือน “พ่อแม่คนที่ 2″ หรือผู้ให้คำปรึกษาที่ช่วยนำทางชีวิต  การพบผู้ชี้แนะมากๆ จะทำให้เด็กพบกับความสุขที่เป็นตัวของตัวเองและรู้สึกขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิดตน”

“การไม่กดดัน ไม่ยัดเยียดความคิดของตัวเองให้อีกฝ่ายจะทำให้เห็นความสำคัญของการเคารพอีกฝ่ายมากขึ้น  ดังนั้น ไม่เฉพาะแต่สิ่งของของลูกเท่านั้น สิ่งของของพ่อแม่ก็ควรปล่อยให้ลูกได้แสดงความเห็นอย่างอิสระเช่นกัน”

“แน่นอนว่าถึงเราจะนับถือตนเองเต็มร้อย ก็ใช่ว่าจะมีชีวิตตามต้องการได้  เพียงแต่หากมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ พ่อแม่ก็ยังเป็นตัวอย่างของการกล้าลงมือทำตามความฝันของตน ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ สิ่งนี้เป็น “ของขวัญล้ำค่า” ที่สุดที่มอบให้แก่ลูก  ถ้าเด็กรับรู้ผ่านพ่อแม่ซึ่งอยู่ใกล้ตัวว่า “การเป็นผู้ใหญ่เป็นเรื่องดี” นั่นคงเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด”

…อ่านหนังสือเล่มนี้จบ อยากตั้งชื่อให้ว่า “เปลี่ยนพ่อแม่ให้ฉลาดขึ้น!”

 

Posted in บันทึกบ้านเรา,PPLคุย

เรียนแบบบ้านๆ

IMG_20170927_093858จุดเด่นอย่างหนึ่งของบ้านเรียน คือ การเลือกเรียนรู้ตามความสนใจของผู้เรียน ถือเป็นโอกาสที่จะค้นหาความถนัดของลูกแล้วส่งเสริมได้ตั้งแต่ยังเด็ก  แต่ตรงนี้ก็เป็นความท้าทายมากเหมือนกัน เพราะการที่หลักสูตรไม่ได้ถูกออกแบบกะเกณฑ์ มันต้องวนหา ลองแล้วลองอีก ผิดแล้วพลาดอีก กว่าจะได้พบว่า อันนี้น่าจะใช่นะ  พอใช่แล้วก็ไม่จบ จะทำยังไงนะ จะเรียนรู้ยังไงนะ แบบไหนถึงจะพอดี  แล้วจะมีลีลายังไงในการเชิญชวนให้ลูกสนุกสนใจไปกับการเรียนรู้ด้วย เพื่อให้มันมีประสิทธิผล (ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ)

และด้วยจุดเด่นนี้อีกเช่นกัน ทำให้เราได้ โฟกัสกับเนื้อหาวิชาตามที่สนใจ เพิ่มเวลาทักษะการลงมือ ที่จะต่อยอดได้  และที่สำคัญกว่านั้น คือ การขัดเกลาแก้ปัญหามารยาทและบุคลิกภาพของลูกได้เต็มที่  เราเห็นว่าลูกเป็นยังไง เราเป็นยังไง เรารู้ว่าปัญหาคืออะไร เราได้ดุอาอฺ ได้วางแผน ได้พยายามที่จะปรับปรุงมัน ได้ใช้เวลากับมันเต็มที่  เพราะการขัดเกลาชีวิตก็คือหนึ่งในการเรียนรู้ที่สำคัญและเราให้น้ำหนัก  เพียงแต่เราบอกเลยว่า เราไม่ได้แก้และเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ในพริบตา บางเรื่องเราใช้เวลาระยะหนึ่งแล้วปรับได้ บางเรื่องเราพยายามแล้วพยายามอีก ล้มแล้วล้มอีก ก็ยังเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เราถือว่าการได้เริ่มต้นพยายาม การรู้ปัญหา และอยู่กับการพยายามแก้ไข นั่นคือทางไปที่ถูกต้องแล้ว และเราเชื่อมั่นในความช่วยเหลือของอัลลอฮฺในสักวันหนึ่ง

ด้วยการเรียนแบบบ้านๆ ที่มีครูคนเดียวในสองช่วงชั้น คือ ประถม-อนุบาล (ยังไม่รวมว่าครูต้องทำงานบ้านด้วยแล้ว) ถ้าเป็นคนลงมือเลี้ยงลูกเองน่าจะพอคิดตามออกนะคะ ว่าตารางที่วางไว้มันจะไม่เป๊ะแน่นอน  บางทีเราต้องสลับดูจังหวะน้องๆ ว่าเล่นกันเพลินไหม ถ้าโอเคเอาพี่ได้ ถ้าน้องไม่โอเคเอาน้องก่อน พี่หาอะไรที่สนใจทำไป  เพียงแต่ละวันวางไว้ว่าใครต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ ในวันนั้นก็อาจจะได้ไม่ครบ  แต่เราคงไม่สามารถจะตัดสินอนาคตเด็กคนหนึ่งจากการดูชีวิตเค้าในหนึ่งวัน ลองให้โอกาสดูกันยาวๆ นะคะ อีกสัก 20 ปี เราคงพอจะเห็นดอกผลของการเลี้ยงดูและให้การศึกษาในวันนี้  แม้แต่คนเป็นแม่ที่สอนลูกเอง ก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้จะถูกต้องทั้งหมด เพียงแต่เราดุอาอฺ วางแผน เราอ่านค้นคว้า เราพยายาม และเชื่อมั่นในความสำเร็จที่มาจากอัลลอฮฺ ถ้าชีวิตเราเดินไปด้วยการมอบหมายและเชื่อว่านี่คือเส้นทางที่อัลลอฮฺเลือกให้ เราย่อมเดินไปอย่างมั่นใจและยอมรับในกำหนดที่สวยงามของพระองค์เสมอ

และเป็นความโปรดปรานมหาศาล ที่คู่ครองคู่คิด คือคนที่ร่วมคิดวางแผน ให้คำปรึกษา และให้กำลังใจเคียงบ่าเคียงไหล่กันแก้โจทย์ปัญหาชีวิต  ชอบที่ นพ.ประเสริฐ บอกว่า เรื่องการเลี้ยงลูกไม่มีอะไรถูกผิด อยู่ที่คนเป็นพ่อแม่ปรึกษากันแล้วลองกันไป ปรับกันไป  ดูเป็นนิยามที่ง่ายและใช้ได้จริงดี  เพราะชีวิตต้องเจอปัญหา เราไม่ได้อยู่สบาย เราไม่อาจใช้ชีวิตอยู่อย่างวางใจ จนกว่าเท้าจะได้ก้าวเข้าสวรรค์ ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ

ป.ล. ขอบคุณน้องๆ บ้านเรียนที่เห็นคุณค่าในย่างก้าวของพี่และให้กำลังใจตอบกลับมา พวกเธอเป็นเพียงไม่กี่ครอบครัวในวันนี้ แต่พี่เชื่อว่าในอนาคต เราอาจได้มีประโยชน์สำหรับอีกหลายๆ ครอบครัว (ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ)

 

Posted in PPLคุย

1-10 เวอร์ชั่นอัลอัรกอม

24130376_10212881184602672_8348742228777871494_o

ล้อไปกับเขียน ก-ฮ ก็มีตัวเลข 1-10 เราพิมพ์ภาพตัวเลขที่เป็นถนนเพื่อดึงดูดใจลูกใช้ ให้ใช้รถแล่นตามถนน หรือเอาจริงๆ ก็ใช้นิ้วเขียนตามกัน ไฟล์จากเว็บนี้ค่ะ  และมีอาขยานที่เราชวนลูกท่อง ดังนี้

1 องค์ที่เราพึ่งพิง คือ อัลลอฮฺ พระเจ้าของเรา
2 ความโปรดปรานที่ควรขอบคุณ คือ สุขภาพดีและเวลาว่าง
3 มัสญิดสำคัญของอิสลาม คือ หะรอม นะบะวี อักซอ
4 เคาะลีฟะฮฺผู้ทรงธรรม คือ อบูบักร อุมัร อุษมาน อะลี
5 หลักอิสลามเป็นเสาหลัก คือ ปฏิญาน ละหมาด ศีลอด ซะกาต หัจญ์
6 หลักศรัทธาที่ต้องยึดมั่น ต่ออัลลอฮฺ บรรดานบี บรรดาคัมภีร์ มะลาอิกะฮฺ กำหนดสภาวะ และวันปรโลก
7 ประตูนรก ขออัลลอฮฺคุ้มครองให้พ้นจากมัน
8 ประตูสวรรค์ ฉันขออัลลอฮฺให้ได้เข้าไป
9 ของปฏิทินอิสลาม คือเดือนเราะมะฎอนอันประเสริฐ
10 วันแรกของซุลหิจญะฮ และสิบคืนสุดท้ายของเราะมะฎอน คือโอกาสทองขวนขวายความดี

กลอนนี้มิได้ตรวจโดยผู้รู้นะคะ หากมีข้อผิดพลาดโปรดตักเตือน และในกลอนนี้เราสามารถดึงมาเป็นบทเรียนสอนอิสลามศึกษายาวต่อไปได้อีก

นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมชวนลูกนับเลขผ่านนิทาน เรื่อง บ้าน 100 ชั้น  เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเบื้องต้นซึ่งมีอะไรที่ลูกจะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเลขมากกว่านี้ ไว้รอมีประสบการณ์ก้าวผ่านไปก่อนค่อยมาเล่านะคะ อินชาอัลลอฮฺ

Posted in PPLคุย

ก.ไก่ ที่เห็นใครเป็นผู้สร้าง

18685471_10211333631514812_422808241_n

มาชวนอ่านเขียนเรียน ก.ไก่ ในแบบบ้านๆ ของบ้านเรานะคะ

ก่อนหน้านี้หุซัยฟะฮฺดูจะสนใจเขียนเส้นประ แต่ก็ทำได้ช่วงเวลาหนึ่ง กลับมารอบนี้เราพบแนวทางสดใสน่าสนใจ คือ การใช้นิ้วมือวาดตาม สมุด ก.ไก่ คราวนี้เราไม่ได้ทำทีละตัว แต่ใช้อาขยานพาไป ชวนวนนิ้วไป ก-ฮ เลย เพียงแต่เริ่มจากอ่านช้าๆ รอลากมือก่อน ไปจนทำได้คล่องขึ้นก็เพิ่มความเร็วการท่องอาขยานไป ถ้ามีเสียงท่องพี่ๆ ด้วยจะชวนเพิ่มกำลังใจได้ดีค่ะ

ครั้งแรกๆ ของการวนนิ้ว ลูกจะวนงงๆ ไม่เป็นไรค่ะ ให้เพลินๆ ก่อน สักสองสามครั้ง เริ่มจะชี้ชวนว่าเริ่มจากตรงไหนก่อน สังเกตตลอดให้เดินนิ้วไปตามทิศที่ถูก มีให้เอาใหม่บ้าง แต่แบบชวนเชิญให้จบถึง ฮ. ไม่จบก็ไม่ซีเรียสนะคะ ตามอารมณ์เด็ก  เราจะเห็นพัฒนาการ ลูกม้วนนิ้วได้ถูกมากขึ้นว่าเริ่มจากตรงไหน ยังไม่ได้ให้ลองเขียนจริง แต่เชื่อว่าน่าจะช่วยได้ในยามหัดเขียนจริง อินชาอัลลอฮฺ

อาขยานที่ท่องเป็นของ คุณฟาฏิมะฮฺ แวสะมะแอ โรงเรียนจริยอิสลามศึกษาอนุสรณ์ ดังนี้ค่ะ

ก .ไก่ ที่เห็น ใครเป็น ผู้สร้าง
ข .ไข่ ต่างๆ นี้มา จากไหน
ฃ. ขวด เอาไว้ ใส่ของ ฮาลาล
ค. ควาย กุรบาน อิดิ้ล อัฏฮา
ฅ. คน ศรัทธา อัลลอฮ์ รักใคร่
ฆ. ระฆัง อย่าไว้ ใช้แขวน หน้าบ้าน
ง. งู ใหญ่นั้น อยู่ใน กุโบร์
จ.จาน อย่าโชว์ ต้องตั้ง สำรับ
ฉ.ฉิ่ง ฉิ่งฉับ เราไม่ ใช้เล่น
ช.ช้าง ถูกเกณฑ์ หมายตี กะบะฮ์
ซ.โซ ลามจับ มัดร่าง ชัยฏอน
ฌ.เฌอ ต้นไม้ เราไม่ บูชา (ของบ้านเราปรับอันนี้นิดนึงค่ะ)
ญ.หญิง โสภา สวมผ้า คลุมผม
ฎ.ชฎา นิยม สวมใส่ รำไทย
ฏ.ปฏัก ปักไว้ สัตว์ที่ ดื้อดึง
ฐ.ฐาน คล้ายคลึง เราเรียก มิมบัร
ฑ.มณโฑ แน่ชัด จากเรื่อง รามเกียรติ์
ฒ.ผู้เฒ่า ติเตียน เราต้อง เชื่อฟัง
ณ.เณร ตีระฆัง เสียงดัง ลั่นวัด
ด.เด็ก ฝึกหัด ท่องจำ กุรอาน
ต.เต่า บนบาน อัลลอฮ์ โกรธยิ่ง
ถ.ถุง ดีจริง ไว้ใส่ ซะกาต
ท.ทหาร องอาจ พิฆาต ศัตรู
ธ.ธง โบกชู ไม่ให้ ตกดิน
น.หนู กัดกิน นำโรค สารพัด
บ.ใบไม้ ใบผัก ผัดอาหาร หลายอย่าง
ป.ปลา กลืนร่าง ท่านนบี ยูนุส
ผ.ผึ้ง บินดูด ตอมหา น้ำหวาน
ฝ.ฝา ปิดกั้น ป้องกัน ตัวแมลง
พ.พาน แข็งแรง วางรอง ของไว้
ฟ.ฟัน เราใช้ ขบเคี้ยว อาหาร
ภ.สำเภา โบราณ พาคน ทำฮัจญ์
ม.ม้า อาหรับ ปราดเปรียว ว่องไว
ย.ยักษ์ เขี้ยวใหญ่ ไม่มี ตัวตน
ร.เรือ แบกขน คน-สัตว์ นานา
ล.ลิง จับปลา อัลลอฮ์ สาปไว้
ว.แหวน มีใส่ อย่าใช้ อวดโก้
ศ.ศาลา หลังโต สร้างไว้ เป็นทาน
ษ.ฤาษี เข้าฌาน สมาธิ อยู่ป่า
ส.เสือ ใหญ่กว่า เจ้าแมว เหมียวๆ
ห.หีบ ใบเดียว ลอยทวน น้ำมา
ฬ.จุฬา เราอย่า เล่นใกล้ สายไฟ
อ.อ่าง เล็กใหญ่ เราใช้ ประจำ
ฮ.นกฮูก ถูกนำ เป็นสื่อ ชิริกเอย

นอกจากส่วนของการเขียนด้านบน ก็มีเรื่องพื้นฐานการออกเสียง ได้ความรู้นี้จากคุณครูโรงเรียนอนุบาลพัฒนปัญญาค่ะ ให้ชวนลูกๆ คุยเรียกข้าวของ แล้วสอนเรื่องเสียง เช่น ก.เก้าอี้, ต.โต๊ะ, ม.แมว เป็นต้น  ครูบอกว่าการออกเสียงนี้จะเป็นพื้นฐานการอ่าน

และอีกส่วนจากประสบการณ์ที่บ้านคือ การให้ลูกผูกพันกับการอ่านนิทาน ฟังนิทาน ติดหนังสือ เหมือนเราจะไม่ได้สอนอ่านนะคะ แต่ว่าการฟังเหล่านี้มีส่วนต่อความคุ้นเคยตัวอักษรและเสียง เด็กที่ติดหนังสือ เมื่อถึงเวลาเรียนอ่านจะไปได้เร็วค่ะ อินชาอัลลอฮฺ (อ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ “ยอดคุณแม่แน่กว่าครู”)

ก็ประมาณนี้ค่ะ เป็นแนวทางที่เราพบในบ้าน และเขียนแบ่งปันทางนี้เผื่อจะเข้ากันได้กับเด็กๆ บ้านไหน เรียนที่โรงเรียนมาก็เสริมที่บ้านได้ เรียนที่บ้านก็ใช้ได้ ส่วนจะได้ผลมั้ยนั้นเราก็ยังไม่รู้ค่ะ ต้องรอดูอนาคต ตอนนี้ลูกเราก็ยังไม่ได้เก่ง แต่ก็ลองกันไป เรียนรู้กันไป ไม่เสียหายเนอะ

Posted in PPLคุย

ชีวิตต้องไปต่อ

IMG_20151114_114415

ถ้าเราหยิบเอา ก้าวที่ล้ม ของคนมาตีตรา คงไม่น่าจะมีใครที่เรียกว่า “ประสบความสำเร็จ”  เพราะคนที่ประสบความสำเร็จ ก็ล้วนต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาไม่รู้กี่ครั้งกว่าจะลุกยืนได้ เพียงแต่เราอาจไม่ได้เห็นรู้จักเค้าในตอนนั้น ส่วนใหญ่ได้รู้จักก็ตอนที่เค้าดังเพราะประสบความสำเร็จแล้ว เราจึงร่วมชื่นชม

เราจึงน่าจะมองคนที่ “ความพยายาม” ให้กำลังใจคนที่ทำในเรื่องที่ดี คิดง่ายๆ เผื่อว่าบางทีผลแห่งความดีงามเหล่านั้นจะวนกลับมามีประโยชน์กับตัวเรา ครอบครัว หรือลูกหลานของเรา หรือถ้าจะไม่รู้สึกพึงใจอะไร ก็เพียงแยกย้ายกันไปทำภารกิจที่เหมาะสมกับความถนัดของตัวเอง

เป็นความสวยงามลงตัวที่ในสังคมมีผู้คนซึ่งถนัดแตกต่างกันไป คนที่ถนัดในเรื่องใดเขาก็จะสร้างประโยชน์ให้สังคมในเรื่องนั้น และเป็นความลงตัวเช่นเดียวกันที่ทุกคนไม่ได้ถนัดในทุกเรื่อง เมื่อเรามอบสิ่งใดให้สังคม ก็จะมีคนเติมเต็มส่วนที่เราขาดในสังคมนั้นเช่นกัน เป็นความดีวนกลับที่มิได้สูญหายไปไหน เพียงแต่อาจจะมาถึงเรามากน้อยหรือเร็วช้าเพียงใด ก็เท่านั้น

ขออภัยที่เราไม่อาจอธิบายความชัดเจนในคำตอบจากอัลลอฮฺ สำหรับความไม่แน่ใจในบางเรื่องของชีวิตเรา เราได้เพียงแค่เดินหน้าต่อแบบระมัดระวังมากขึ้น และหวังผลความดีงามที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเราและสังคม

ก็ประมาณนี้ที่เราเดินหน้าต่อสำหรับคำตอบที่พระองค์ประทานให้ในชีวิต เพราะเวลาเดินหน้าไปทุกนาที และชีวิตของเราต้องไปต่อ…

 

 

Posted in PPLคุย

คอคุย

22810454_10212633136801632_980500617_oในบางช่วงของชีวิตที่พบเจออะไรหลายเรื่องราว มันชวนคิดทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ผู้ทรงสร้างเรากำหนดเรื่องนี้เพื่อบอกอะไรกับเรา?”

ถ้าเราเชื่อมั่นว่า กำหนดของอัลลอฮฺดีงามเสมอ มันก็จะเป็นเช่นนั้น แม้ในยามอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวใจ เราพบเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่เข้าใจในทุกสุดขั้วอณูของชีวิต และเราก็พบตอนจบที่สวยงามเสมอ เพื่อความเข้มแข็ง เพื่อการเปลี่ยนแปลง และเพื่อยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ชีวิตคือการถูกทดสอบ” จนกว่าเราจะหมดลมหายใจ

ที่จริงเพียงอยากบอกเล่าเบาๆ เกี่ยวกับบล็อกนี้ แอบเผลอเกริ่นหนักไปขออภัย เราเพียงจะยืนยันว่าเราเข้าใจพี่น้องที่มีคำถามว่า “บ้านเรียนจะเป็นคำตอบสำหรับเรามั้ย?” และอีกสารพันคำถามที่เกี่ยวเนื่องกัน  เรายังจำได้ในวันแรกที่เราคิดว่าอยากจะทำ เราคลำทางไม่ถูกเลยว่าจะต้องเริ่มจากอะไร  เราจำช่วงเวลาที่เราลองผิดลองถูก เราล้มลุกคลุกคลานกว่าจะหาคำตอบได้สักเรื่องในชีวิต  ก็เพียงเท่านี้เองที่เราเห็นว่าเมื่อเราได้คำตอบเรื่องอะไร เราควรจะบอกต่อ มันอาจช่วยให้ชีวิตอีกหลายครอบครัวง่ายขึ้น ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ

เราไม่เคยบอกว่าเราดีพร้อมสมบูรณ์แบบ Continue reading “คอคุย”