Posted in มุมคุณแม่,มุมสะกิดเกลา,ห้องสมุด

ทำอย่างไรให้ลูกรักอัลกุรอาน

26655524_10213196075994760_1398017404_oในช่วงจังหวะเปลี่ยนบ้าน เรามีหนังสือเลี้ยงลูกติดมาไม่กี่เล่ม และนี่ก็เป็นอีกเล่มที่อัลลอฮฺจัดส่งให้ถึงที่ บวกกับความน่าสนใจของชื่อเรื่องที่มี จึงคู่ควรเร่งรี่ที่จะอ่านโดยพลัน

“ทำอย่างไร ให้ลูกรักอัลกุรอาน” คงเป็นคำถามคลาสสิคของครอบครัวมุสลิม  เราต่างปลูกฝังให้ลูกอ่านและเรียนรู้อัลกุรอาน แต่ในรายละเอียดนั้น ลูกรู้สึกอย่างไรกับอัลกุรอาน ลูกสงบใจมีความสุขไหมในยามได้เรียนรู้อัลกุรอาน จะมีวิธีจูงใจลูกอย่างไร จะเลือกเวลาไหน และอีกหลายคำถามที่เกิดจากการสอนอัลกุรอานให้ลูก ก็น่าจะได้คำตอบจากหนังสือเล่มนี้ค่ะ

แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ … หนังสือเล่มนี้เป็นการรวมฮาวทูตามหลักการศาสนาผนวกกับจิตวิทยาแต่ละช่วงวัย แม้ในรายละเอียดการปฏิบัติจะต้องศึกษาเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ ระหว่างลงมือ แต่ก็ถือว่าเป็นการปูให้เห็นช่องทางชีวิตได้  ชวนนึกถึงตอนที่ฟังบรรยายของบะนาตุ้ลฮุดาในยุคแรก เมื่อเราเลือกจะทำงานเยาวชน เชคแนะนำว่าให้ศึกษาจิตวิทยา มันได้ใช้จริง จนมาถึงกับลูกก็ยิ่งพบว่าใช่ ลูกเป็นคน มีชีวิตจิตใจ มีอารมณ์ความรู้สึก มีการตอบสนองต่อสิ่งที่เรากระทำต่อเขา ไม่ใช่ว่าจะพูดอะไรใส่เขาก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะแสดงท่าทางอะไรก็ได้ เราต้องละเมียดละไมเรียนรู้ให้มากขึ้น

ความดีงามของหนังสือเล่มนี้มีหลายประการ (ขออภัยที่เราชอบใช้คำนี้) หนึ่งในนั้นคือ การแบ่งช่วงวัยไว้ให้เลือกอ่านได้ง่ายสำหรับแต่ละบ้าน ที่ชอบมากคือ คำถามท้ายบท ที่ชวนให้เราได้ทบทวนตรวจสอบตัวเอง แม้จะรู้สึกสะอึกสะดุดใจในบางข้อ แต่มันก็ชัดเจนดีว่าเราควรปรับปรุงอะไร  ยิ่งเมื่อเรามีความหวังในการให้อภัยของอัลลอฮฺ ในการให้โอกาสของพระองค์ และเมื่อมันชัดเจนว่าที่เราขวนขวายอ่านหนังสือนี้เพื่อสิ่งใด นั่นก็เพียงพอที่จะเป็นกำลังใจให้เราพัฒนาและเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกๆ พยายามและดุอาอฺ ด้วยความหวังและความมั่นใจ น่าจะเพียงพอใช่ไหมสำหรับชีวิตในโลกนี้

และในมุมของลูกๆ ก็เช่นกัน ถึงแม้ลูกจะถูกมองตราหน้าจากคนในสังคมว่าไม่เอาไหน ไม่อดทน ไม่มีระเบียบวินัย ไม่มีมารยาท ฯลฯ (ใครจะว่าอะไรอีก)  แต่สำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้วย่อมมองเห็นลูกในเชิงบวกได้อย่างที่สุด เรารู้ว่าอะไรคือข้อดีของลูก เราเห็นมากกว่าคนอื่นๆ และเราเชื่อมั่นว่าอะไรที่เป็นข้อบกพร่องของลูกก็สามารถปรับแก้ได้เสมอ เพียงใช้เวลาและความอดทน  ไม่ว่าใครจะตีตราลูกและพ่อแม่ของลูกอย่างไร อัลลอฮฺรู้สิ่งที่อยู่ในใจ ในที่ลับและเปิดเผย และพระองค์คือผู้ทรงเปลี่ยนแปลงคนที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง พระองค์คือผู้ทรงอำนาจในการให้ทุกสิ่งเป็นจริงขึ้น … เพียงพอ

อ้อ! ขอสรุปอีกนิดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ค่ะ หนังสือเล่มนี้ไม่หนามาก ราคาไม่แพง แนะนำแรงๆ สำหรับทุกครอบครัว

Advertisements
Posted in ก้าวสู่บ้านเรียน,ประเมินผล

ประเมินบ้านเรียนประถม

ใกล้ช่วงเวลาประเมินผลประจำปีของบ้านเรียน ก็ได้เวลานำเสนอไฟล์ รายงานการประเมินคุณภาพผู้เรียน Homeschooling SAR (Self-Assessment Report) ของภาคีเครือข่ายบ้านเรียนสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ในไฟล์นี้ใช้ฟอนต์ Sarabun New นะคะ เป็นไฟล์นามสกุล .docx พร้อมสำหรับนำไปปรับพิมพ์ของแต่ละบ้านเรียนได้เลย  วิธีใช้คือให้ลงฟอนต์ก่อน แล้วโหลดไฟล์เปิดก็จะได้หน้าตาพร้อมใช้งาน ถ้าจะมีข้อความกระโดดบ้าง เราก็ว่าไม่น่าจะเยอะเกินจัดค่ะ หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือพิมพ์ได้ตามคำแนะนำในไฟล์ที่ภาคีเครือข่ายบ้านเรียนฯ จัดทำไว้ได้เลย

มีอีกตัวช่วยหนึ่งในการใช้ไฟล์คือ ให้ไปที่เมนูด้านบน เลือก View แล้วคลิกเลือกที่ Navigation Pane มันจะขึ้นแถบเมนูทางซ้ายมือ เป็นหัวข้อต่างๆ เมื่อคลิกแล้วจะไปที่หัวข้อนั้น ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ต้องเลื่อนขึ้นเลื่อนลงจนลายตา และยังมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของไฟล์ได้ด้วย  ก็หวังว่าการรีพิมพ์ไฟล์นี้จะช่วยให้ครอบครัวบ้านเรียนทำงานกันได้สะดวกนะคะ 🙂

ขอคุยต่อจากมุมมองตัวเองซึ่งจริงๆ แล้วยังถือเป็นมือใหม่สำหรับการประเมิน แต่กระนั้นก็ยังอยากชวนมองมุมที่เห็นและเผื่อเป็นประโยชน์กับสังคมนะคะ  คืออยากจะอธิบายให้ฟังว่า ถ้าการประเมินผลในระบบโรงเรียน จะมีเกณฑ์มาตรฐานวางไว้ การประเมินผล (ส่วนใหญ่อาจจะเป็นรูปแบบทำข้อสอบแล้วสรุปออกมาเป็นคะแนน) ก็เพื่อบอกว่าเด็กทำได้ตามเกณฑ์ที่วางไว้รึเปล่า

แต่สำหรับการประเมินของบ้านเรียนนั้น มันจะไม่เหมือนกัน คือ ประเมินว่าที่เขียนไว้ในแผนการจัดการศึกษา ได้ทำแค่ไหน อย่างไร เด็กทำได้แค่ไหน แล้วสะท้อนกลับมาที่วิธีการจัดการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพไหม ควรปรับปรุงตรงไหนอย่างไรในปีต่อ ๆ ไป  อาจเรียกได้ว่า การประเมินของบ้านเรียนจะมีผลสะท้อนกลับไปแก้ถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของการจัดการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียนควบคู่กันไป การประเมินรายปีจึงเป็นกลไกที่ช่วยให้ผู้จัดการเรียนรู้ได้มองเห็นและพยายามพัฒนาตนเองไปในรายปี เรียกว่าก็มีกลไกการตรวจสอบปรับปรุงในแบบของบ้านเรียน อาจจะแตกต่างจากโรงเรียนอยู่บ้าง แต่เราต่างก็กำลังพยายามพัฒนาเพื่อลูกหลานที่เป็นอนาคตของสังคมค่ะ

Posted in มุมคุณแม่,ห้องสมุด,PPLคุย

นั่งฟัง “โต๊ะโตะจัง”

25129895_10212975296955422_993250492_o (1)

เคยอ่านรีวิวหนังสือเล่มนีแล้วสนใจมาก แต่ตอนนั้นหาซื้อไม่ได้ มาวันหนึ่งมีน้องซื้อหนังสือเล่มนี้ให้เป็นของขวัญ เราว่าถ้ามันเป็นของขวัญที่อัลลอฮฺจัดให้ ย่อมมีหิกมะฮฺบางอย่าง และในมุมแรกที่นึกได้คือ ถ้าเราได้ลองมองโลกในมุมของเด็กมากขึ้น น่าจะเข้าใจลูกได้ดีขึ้น ถ้าเราได้รู้ว่าโรงเรียนในฝันของเด็กๆเป็นยังไง และครูใหญ่ในดวงใจของเด็กๆ เป็นยังไง ก็น่าจะช่วยปรับมุมมองของเราได้ และมันคงไม่ได้เปลี่ยนแค่ความคิดของเรา แต่อาจพาให้ชีวิตทั้งครอบครัวของเราปรับไป ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ … แล้วการนั่งฟังโต๊ะโตะจังเล่าถึงโรงเรียนในฝันก็เริ่มขึ้น

เราคงไม่เล่าว่าเนื้อหาในเล่มเป็นยังไง แต่ขอบันทึกความประทับใจซึ่งอาจเป็นแนวคิดสำหรับครอบครัวเราและครอบครัวอื่นๆ เน้นในมุมของการจัดการศึกษานะคะ

ธรรมชาติของเด็ก โต๊ะโตะจังเป็นเด็กที่ร่าเริง ซุกซน และมีหัวใจที่อ่อนโยน เห็นได้จากความรักจริงใจที่มีให้คนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่สุนัขที่เลี้ยง  เด็กที่ดูแล้วน่าปวดหัวในโรงเรียนเก่า แต่เมื่อได้มาอยู่ที่โรงเรียนโทโมเอก็เป็นเด็กคนหนึ่งซึ่งครูใหญ่บอกว่า “ความจริงหนูเป็นเด็กดี” ประโยคนี้ทำให้เธอเชื่อว่าตัวเองเป็นเด็กดี  เธอเป็นเด็กที่ดูจะสนใจใฝ่รู้ ตะโกนเสียงดังเป็นธรรมชาติ แต่เมื่อถึงบางเวลาต้องเงียบ เช่น ตอนไปดูพ่อซ้อมดนตรี หรือตอนไปงานศพเพื่อน ก็รู้ว่าควรจะสงบอย่างไรโดยไม่ต้องมีใครบอก  และด้วยความที่เธอไม่ได้ถูกปิดกั้นความเป็นธรรมชาติของเธอ ก็ดูเธอจะเติบโตมาอย่างมีความสุข แม้จะมีเรื่องเศร้าเรื่องทุกข์ ก็ดูเป็นการเรียนรู้ชีวิตแบบเป็นธรรมชาติได้ดีจัง

ครูใหญ่ในฝัน  คุณครูโคบายาชิ ผู้ซึ่งหัวใจอ่อนโยนและรักเด็กๆ มาก ครูที่เหมือนจะรู้ใจเด็กๆ ไปเสียหมดว่าอยากทำอะไร อะไรที่จะทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข อะไรที่จะช่วยลดปมด้อยและสร้างกำลังใจให้เด็กๆ ครูที่สร้างโรงเรียนในฝันซึ่งประทับใจเด็กไปอย่างยาวนาน แม้โรงเรียนนั้นจะมีเวลาเพียง 8 ปี ครูที่ละมุนละไมกับความรู้สึกของทุกคน ที่จัดงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อเลี้ยงส่งภารโรง เรียกครูประจำชั้นไปดุส่วนตัวในครัวที่บ้านครูใหญ่ ไม่ใช่ในห้องพักครู และอีกมากมาย…

การจัดการเรียนรู้  การเรียนรู้ที่หยิบเอาความอิสระมาใช้ เช้ามาครูเขียนขึ้นกระดานว่าต้องเรียนอะไรบ้าง แล้วให้เด็กแต่ละคนเลือกวิชาที่อยากเรียนมาเอง ใครจะเรียนอะไรก่อนหลังก็ได้ ถ้าทุกคนเรียนครบในครึ่งวันแรก ช่วงบ่ายก็จะได้เดินเล่น ยังไม่รวมการเรียนรู้จากประสบการณ์อีกสารพัด ไปแค้มปิ้งทำอาหาร เชิญคุณครูชาวนามาให้ความรู้ ฯลฯ

เป็นหนังสือที่รู้สึกสุขใจเมื่อได้ท่องไป ได้เห็นภาพ ได้เข้าใจหัวใจของเด็กๆ มากขึ้น ได้เห็นหัวใจของผู้ใหญ่ที่เห็นคุณค่าของเด็กและพยายามสรรค์สร้างการเรียนรู้ที่เข้าถึงหัวใจดวงน้อยอย่างดี ขอแนะนำสำหรับแม่ๆ หรือคุณครู โดยเฉพาะชาวบ้านเรียนนะคะ เมื่อการเรียนรู้ของเราไม่ได้จำกัดว่าต้องเรียนอะไรอย่างไรบ้าง การได้เห็นภาพการเรียนรู้ในหนังสือเล่มนี้ แล้วมาจัดให้เหมาะกับบ้านเรียนเรา ก็ดูน่าจะตอบโจทย์ครอบครัวได้ดี อินชาอัลลอฮฺ

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ สำหรับหนังสือดีๆ อีกเล่ม ญะซากุมุลลอฮุคอยรอน สำหรับคนให้หนังสือ และลูกๆ ที่เข้าใจแบ่งให้อุมมีอ่านด้วย ❤

Posted in มุมคุณแม่,ห้องสมุด,PPLคุย

เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น

24208799_10212910457774483_32934918_o (1)

จุดแตะใจของหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่ชื่อเรื่อง แต่เป็นคำโปรยที่พูดถึงเคล็ดลับฝึกให้ลูกคิดเอง ทำเป็น ตัดสินใจได้ ด้วยการจัดระเบียบข้าวของแบบลด โละ ละ  … มันตรงกับคำถามในใจพอดี ที่เราอ่านและพยายามทำตามเรื่องการจัดระเบียบบ้าน แต่ก็มีคำถามว่าถ้าบ้านที่การจัดระเบียบไม่ทันประชากรรื้อจะทำยังไง? เราจะมีวิธีเชิญชวนให้คนเข้าร่วมฝ่ายจัดระเบียบมากขึ้นได้ยังไง? ก็เลยสอยเล่มนี้มา

แล้วก็ได้คำตอบมากกว่าที่คาด หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกวิธีสอนลูกจัดระเบียบตรงๆ แต่ได้ชวนพ่อแม่คิดตามถึงกระบวนการลด โละ ละ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่จัดบ้าน แต่ให้คำตอบว่ากระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกยังไง มุมมองของพ่อแม่ที่ต้องทำเป็นแบบอย่างก่อน ลดอัตตาของตัวเองลง และมีอะไรอีกเยอะแยะขอยกมาให้ชิมกัน

ً”ความกล้าที่จะ “แข็งใจไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย” เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องมี  แม้ช่วงแรกอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องฝึกให้เด็กคิดและทดลองทำด้วยตัวเอง หากพ่อแม่ยังเข้าไปก้าวก่ายไม่ยอมห่างจะทำให้เด็กเคยชินกับการเป็น “ผู้รับ” ที่คอยแต่ฟังคำแนะนำ”

“เช่นเดียวกัน การลด โละ ละ ก็ให้ความสำคัญกับการยอมรับความคิดเห็นและค่านิยมที่ต่างกันไปในแต่ละคน การเปิดใจยอมรับความหลากหลายทางความคิดและค่านิยมที่ต่างจากตัวเองจะทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น  การที่พ่อแม่ทำตัวเป็นแบบอย่างเช่นนี้ ส่งผลให้เด็กรู้จักปรับตัวและมีทักษะการคิดที่ยืดหยุ่นมากขึ้น”

“การคิด-เลือก-ตัดสินใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า “จำเป็นหรือไม่จำเป็นสำหรับตัวเองในตอนนี้” คือ พื้นฐานของทักษะการคิด  การพินิจว่าของสิ่งนั้น “เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับตัวเองในตอนนี้” คือ ความรู้สึก  ส่วนคำถามที่ว่าสิ่งนี้ “น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจสำหรับตัวเองในตอนนี้” คือ อารมณ์”

“จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้เราทุกคนต่างเผชิญหน้ากับ “คำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว”  ไม่ว่าจะเป็นการบรรลุเป้าหมายในการทำงานก็ดี การเลี้ยงลูกก็ดี ต่างไม่มีคำตอบตายตัวหรือวิธีแก้โจทย์ปัญหาเพียงวิธีเดียว ส่วนจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร ต้องคิดด้วยตัวเองโดยปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์”

“คนเรามักยอมรับคำพูดที่ว่า “เด็กมีความสามารถไร้ขีดจำกัด”  ซึ่งไม่ผิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเด็กมีเวลาอย่างไร้ขีดจำกัด”

“มีคำกล่าว่า “ลูกเติบโตโดยมีพ่อแม่เป็นแบบอย่าง” การเฝ้ามองพ่อแม่ซึ่งดำเนินชีวิตโดยมีสำนึกรับผิดชอบและนับถือตนเองนั้น เป็นอิทธิพลทางบวกต่อการเติบโตของเด็กอย่างมาก”

“ในกระบวนการสร้างบทบาทของตัวเอง เด็กจะได้พบกับผู้ที่เป็นเสมือน “พ่อแม่คนที่ 2″ หรือผู้ให้คำปรึกษาที่ช่วยนำทางชีวิต  การพบผู้ชี้แนะมากๆ จะทำให้เด็กพบกับความสุขที่เป็นตัวของตัวเองและรู้สึกขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิดตน”

“การไม่กดดัน ไม่ยัดเยียดความคิดของตัวเองให้อีกฝ่ายจะทำให้เห็นความสำคัญของการเคารพอีกฝ่ายมากขึ้น  ดังนั้น ไม่เฉพาะแต่สิ่งของของลูกเท่านั้น สิ่งของของพ่อแม่ก็ควรปล่อยให้ลูกได้แสดงความเห็นอย่างอิสระเช่นกัน”

“แน่นอนว่าถึงเราจะนับถือตนเองเต็มร้อย ก็ใช่ว่าจะมีชีวิตตามต้องการได้  เพียงแต่หากมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ พ่อแม่ก็ยังเป็นตัวอย่างของการกล้าลงมือทำตามความฝันของตน ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ สิ่งนี้เป็น “ของขวัญล้ำค่า” ที่สุดที่มอบให้แก่ลูก  ถ้าเด็กรับรู้ผ่านพ่อแม่ซึ่งอยู่ใกล้ตัวว่า “การเป็นผู้ใหญ่เป็นเรื่องดี” นั่นคงเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด”

…อ่านหนังสือเล่มนี้จบ อยากตั้งชื่อให้ว่า “เปลี่ยนพ่อแม่ให้ฉลาดขึ้น!”

 

Posted in บันทึกบ้านเรา,PPLคุย

เรียนแบบบ้านๆ

IMG_20170927_093858จุดเด่นอย่างหนึ่งของบ้านเรียน คือ การเลือกเรียนรู้ตามความสนใจของผู้เรียน ถือเป็นโอกาสที่จะค้นหาความถนัดของลูกแล้วส่งเสริมได้ตั้งแต่ยังเด็ก  แต่ตรงนี้ก็เป็นความท้าทายมากเหมือนกัน เพราะการที่หลักสูตรไม่ได้ถูกออกแบบกะเกณฑ์ มันต้องวนหา ลองแล้วลองอีก ผิดแล้วพลาดอีก กว่าจะได้พบว่า อันนี้น่าจะใช่นะ  พอใช่แล้วก็ไม่จบ จะทำยังไงนะ จะเรียนรู้ยังไงนะ แบบไหนถึงจะพอดี  แล้วจะมีลีลายังไงในการเชิญชวนให้ลูกสนุกสนใจไปกับการเรียนรู้ด้วย เพื่อให้มันมีประสิทธิผล (ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ)

และด้วยจุดเด่นนี้อีกเช่นกัน ทำให้เราได้ โฟกัสกับเนื้อหาวิชาตามที่สนใจ เพิ่มเวลาทักษะการลงมือ ที่จะต่อยอดได้  และที่สำคัญกว่านั้น คือ การขัดเกลาแก้ปัญหามารยาทและบุคลิกภาพของลูกได้เต็มที่  เราเห็นว่าลูกเป็นยังไง เราเป็นยังไง เรารู้ว่าปัญหาคืออะไร เราได้ดุอาอฺ ได้วางแผน ได้พยายามที่จะปรับปรุงมัน ได้ใช้เวลากับมันเต็มที่  เพราะการขัดเกลาชีวิตก็คือหนึ่งในการเรียนรู้ที่สำคัญและเราให้น้ำหนัก  เพียงแต่เราบอกเลยว่า เราไม่ได้แก้และเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ในพริบตา บางเรื่องเราใช้เวลาระยะหนึ่งแล้วปรับได้ บางเรื่องเราพยายามแล้วพยายามอีก ล้มแล้วล้มอีก ก็ยังเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เราถือว่าการได้เริ่มต้นพยายาม การรู้ปัญหา และอยู่กับการพยายามแก้ไข นั่นคือทางไปที่ถูกต้องแล้ว และเราเชื่อมั่นในความช่วยเหลือของอัลลอฮฺในสักวันหนึ่ง

ด้วยการเรียนแบบบ้านๆ ที่มีครูคนเดียวในสองช่วงชั้น คือ ประถม-อนุบาล (ยังไม่รวมว่าครูต้องทำงานบ้านด้วยแล้ว) ถ้าเป็นคนลงมือเลี้ยงลูกเองน่าจะพอคิดตามออกนะคะ ว่าตารางที่วางไว้มันจะไม่เป๊ะแน่นอน  บางทีเราต้องสลับดูจังหวะน้องๆ ว่าเล่นกันเพลินไหม ถ้าโอเคเอาพี่ได้ ถ้าน้องไม่โอเคเอาน้องก่อน พี่หาอะไรที่สนใจทำไป  เพียงแต่ละวันวางไว้ว่าใครต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ ในวันนั้นก็อาจจะได้ไม่ครบ  แต่เราคงไม่สามารถจะตัดสินอนาคตเด็กคนหนึ่งจากการดูชีวิตเค้าในหนึ่งวัน ลองให้โอกาสดูกันยาวๆ นะคะ อีกสัก 20 ปี เราคงพอจะเห็นดอกผลของการเลี้ยงดูและให้การศึกษาในวันนี้  แม้แต่คนเป็นแม่ที่สอนลูกเอง ก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้จะถูกต้องทั้งหมด เพียงแต่เราดุอาอฺ วางแผน เราอ่านค้นคว้า เราพยายาม และเชื่อมั่นในความสำเร็จที่มาจากอัลลอฮฺ ถ้าชีวิตเราเดินไปด้วยการมอบหมายและเชื่อว่านี่คือเส้นทางที่อัลลอฮฺเลือกให้ เราย่อมเดินไปอย่างมั่นใจและยอมรับในกำหนดที่สวยงามของพระองค์เสมอ

และเป็นความโปรดปรานมหาศาล ที่คู่ครองคู่คิด คือคนที่ร่วมคิดวางแผน ให้คำปรึกษา และให้กำลังใจเคียงบ่าเคียงไหล่กันแก้โจทย์ปัญหาชีวิต  ชอบที่ นพ.ประเสริฐ บอกว่า เรื่องการเลี้ยงลูกไม่มีอะไรถูกผิด อยู่ที่คนเป็นพ่อแม่ปรึกษากันแล้วลองกันไป ปรับกันไป  ดูเป็นนิยามที่ง่ายและใช้ได้จริงดี  เพราะชีวิตต้องเจอปัญหา เราไม่ได้อยู่สบาย เราไม่อาจใช้ชีวิตอยู่อย่างวางใจ จนกว่าเท้าจะได้ก้าวเข้าสวรรค์ ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ

ป.ล. ขอบคุณน้องๆ บ้านเรียนที่เห็นคุณค่าในย่างก้าวของพี่และให้กำลังใจตอบกลับมา พวกเธอเป็นเพียงไม่กี่ครอบครัวในวันนี้ แต่พี่เชื่อว่าในอนาคต เราอาจได้มีประโยชน์สำหรับอีกหลายๆ ครอบครัว (ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ)

 

Posted in อนุบาล,อิสลามศึกษา

A-Allah พระเจ้าของเรา

24257764_10212896777992497_2133294275_nว่ากันต่อถึง A-Z เวอร์ชั่นอัลอิสลาม  ได้แรงบันดาลใจจากอาขยานของคุณฟาฏิมะฮ์ แวสะมะแอ หลายๆ คำ แล้วนำมาปรุงเป็นฉบับบ้านเรา ยังไม่มีผู้รู้ตรวจเช่นเคย ถ้าเจออะไรผิดก็เตือนนะคะ

A-Allah อัลลอฮ์คือพระเจ้าของเรา
B-Baitullah เราละหมาดโดยผินหน้าสู่บัยตุลลอฮ์
C-Cave นะบีมุฮัมมัดรับวะฮีที่ถ้ำฮีเราะ
D-Dawah เราต้องเรียกร้องเชิญชวนสู่ความดี
E-Elephant นะบีมุฮัมมัดเกิดปีช้าง
F-Fast มุสลิมต้องถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน
G-Garment เราต้องสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดเอาเราะฮ์
H-Halal เราต้องรับประทานอาหารที่หะล้าลและดี
I-Islam อิสลามคือระบอบชีวิตของเรา
J-Jamaah เราต้องอยู่ร่วมกันเป็นญะมาอะฮ์
K-Knowledge ความรู้เป็นสิ่งล้ำค่า
L-Love เราต้องมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์
M-Muhammad นบีมุฮัมมัดคือศาสนทูตของเรา
N-Nuh นะบีนูห์พาคนและสัตว์ขึ้นเรือเป็นคู่ๆ
O-Olive มะกอกเป็นผลไม้ในสวรรค์
P-Pray เราต้องละหมาดวันละ 5 เวลา
Q-Quran อัลกุรอานคือทางนำของเรา
R-Rest เราพักผ่อนเพื่อให้มีแรงทำอิบาดะฮ์
S-Start เราเริ่มต้นการงานโดยกล่าว “บิสมิลลาฮ์”
T-Time เราต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์
U-Ummah เราต้องเป็นประชาชาติอิสลามที่มีคุณภาพ
V-Veil ผู้หญิงมุสลิมต้องคลุมหิญาบ
W-Whale นบียูนุสอยู่ในท้องวาฬ
X-X-ray อัลลอฮ์ทรงมองดูในหัวใจไม่ใช่ภายนอก
Y-Yaqeen เราต้องเชื่อมั่นต่ออัลลอฮ์
Z-Zakat มุสลิมต้องจ่ายซะกาต

ส่วนเรื่องตัวอักษร ก็เช่นเคย มุขถนนวนไป เอาไฟล์จากนี้ ให้คลิ๊กดาวน์โหลดตัวใหญ่ๆ ด้านล่าง (ตัวอักษรภาษาอังกฤษจะเสริชเจอเยอะค่ะ ใช้คำค้น “Alphabet Road”) เอารถแล่น หรือนิ้ววนไปตามชอบใจไม่บังคับ

นอกจากนี้ภาษาอังกฤษคงมีเรื่องพูด ออกเสียง ฯลฯ ซึ่งบ้านเราไม่ถนัด ไว้ฟังจากบ้านที่ถนัดมีประสบการณ์ละกันนะคะ

Posted in PPLคุย

1-10 เวอร์ชั่นอัลอัรกอม

24130376_10212881184602672_8348742228777871494_o

ล้อไปกับเขียน ก-ฮ ก็มีตัวเลข 1-10 เราพิมพ์ภาพตัวเลขที่เป็นถนนเพื่อดึงดูดใจลูกใช้ ให้ใช้รถแล่นตามถนน หรือเอาจริงๆ ก็ใช้นิ้วเขียนตามกัน ไฟล์จากเว็บนี้ค่ะ  และมีอาขยานที่เราชวนลูกท่อง ดังนี้

1 องค์ที่เราพึ่งพิง คือ อัลลอฮฺ พระเจ้าของเรา
2 ความโปรดปรานที่ควรขอบคุณ คือ สุขภาพดีและเวลาว่าง
3 มัสญิดสำคัญของอิสลาม คือ หะรอม นะบะวี อักซอ
4 เคาะลีฟะฮฺผู้ทรงธรรม คือ อบูบักร อุมัร อุษมาน อะลี
5 หลักอิสลามเป็นเสาหลัก คือ ปฏิญาน ละหมาด ศีลอด ซะกาต หัจญ์
6 หลักศรัทธาที่ต้องยึดมั่น ต่ออัลลอฮฺ บรรดานบี บรรดาคัมภีร์ มะลาอิกะฮฺ กำหนดสภาวะ และวันปรโลก
7 ประตูนรก ขออัลลอฮฺคุ้มครองให้พ้นจากมัน
8 ประตูสวรรค์ ฉันขออัลลอฮฺให้ได้เข้าไป
9 ของปฏิทินอิสลาม คือเดือนเราะมะฎอนอันประเสริฐ
10 วันแรกของซุลหิจญะฮ และสิบคืนสุดท้ายของเราะมะฎอน คือโอกาสทองขวนขวายความดี

กลอนนี้มิได้ตรวจโดยผู้รู้นะคะ หากมีข้อผิดพลาดโปรดตักเตือน และในกลอนนี้เราสามารถดึงมาเป็นบทเรียนสอนอิสลามศึกษายาวต่อไปได้อีก

นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมชวนลูกนับเลขผ่านนิทาน เรื่อง บ้าน 100 ชั้น  เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเบื้องต้นซึ่งมีอะไรที่ลูกจะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเลขมากกว่านี้ ไว้รอมีประสบการณ์ก้าวผ่านไปก่อนค่อยมาเล่านะคะ อินชาอัลลอฮฺ