เมื่อครูคณิตคิดสอนไทย

33302278_10214271635003063_1285043657933586432_oเด็กประถมบ้านเรามี 2 คนค่ะ ทั้งสองผ่านการเรียนเขียนอ่านในโรงเรียนมา เพียงแต่ชอบมากชอบน้อย มีพื้นฐานกันมาบ้าง ตอนที่เรามาสอนกันในบ้าน ก็จะถามทวนจากที่มี ถึงได้รู้ว่ายังติดขัดเรื่องผันวรรณยุกต์ จึงเป็นที่มาของคอร์สสั้นๆ ผันวรรณยุกต์คอร์สนี้

เราสอนให้ลูกรู้จักการแบ่งอักษร คำถามที่ลูกควรตอบได้ คือ “ทำไมต้องแบ่งอักษรเป็น 3 กลุ่ม?” คำถามนี้สำคัญเพราะถ้าลูกรู้ว่าเรียนไปทำไม ก็จะมีใจอยากเรียน คำตอบที่เราให้คือ “ใช้ผันวรรณยุกต์ต่างกัน”

ก่อนการผัน เราทวนสระกันก่อน สระแบ่งเป็นเสียงสั้นและเสียงยาว วิธีดูคือ ถ้าลากเสียงอ่านต่อไปยาวๆ แล้วเสียงไม่เพี้ยนก็เป็นสระเสียงยาว

อักษรกลางเราท่องจำกันว่า “ก่อน อก ไ าก ้าน ้อง ุอาอ์ ้อง ุอาอ์”  เมื่อเจอกับสระเสียงยาวก็จะผันเสียงวรรณยุกต์ได้ครบทั้ง 5 เสียง คือ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา  เช่น  จา จ่า จ้า จ๊า จ๋า

อักษรสูง เราท่องจำกันว่า “้า ัน วม ิญาบ ้า ้าย ี าว” กับตัวอักษรอื่นๆ ที่ออกเสียงหนักๆ เช่น ศ, ษ, ฐ เป็นต้น  อักษรสูงจะผันได้ 3 เสียง คือ สามัญ เอก โท เช่น ผา ผ่า ผ้า

อักษรต่ำเราเรียนควบกับอักษรสูงเลย เพราะผันได้ 3 เสียงเหมือนกัน แต่ออกเสียงไม่เหมือนกัน เรียนต่อกันจะได้เทียบกันได้ง่าย  วิธีดูอักษรต่ำก็คือ ไม่ใช่อักษรกลาง และเสียงไม่หนักเหมือนอักษรสูง  ก็จะผันได้ 3 เสียง เช่น พา พ่า พ้า  (ลองยกตัวอย่างอักษรสูงและอักษรต่ำที่เสียงใกล้กันเป็นคู่ จะได้เทียบกันชัด เช่น พ-ผ, ค-ข, ซ-ส เป็นต้น)

หลังจากรู้จักอักษรทั้ง 3 กลุ่มและการผันแล้ว เราก็ทดสอบปากเปล่ายิงคำถามกันรัวๆ ให้ช่วยกันผันและตอบว่าเป็นอักษรกลุ่มใด เพื่อทดสอบความเข้าใจและแม่นยำ  ตอนผันอักษรต่ำ ก็จะมีพาดพิงเสียงที่มี ห นำ เช่น วาน, หว่าน, ว่าน…  คือมักจะมีคำติด ห นำหลุดมา จึงแนะนำให้ลูกรู้จักคำที่มี ห และ อ นำ ทิ้งท้ายบทเรียน

จบคอร์สผันวรรณยุกต์ฉบับบ้านๆ ของบ้านเรา หลังจากนี้ก็อาศัยฝึกฝนอ่านเขียนจากที่เรียนรู้ เพื่อความถูกต้องคล่องแคล่วกันต่อปายย….