แรงใจ

21034493_929098530561240_211189140373319820_n

ขอย้อนคุยเรื่องงาน “บ้านรักษ์โลก” ที่ผ่านมา เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมงาน แต่อดประทับใจไม่ได้ที่ได้มีส่วนร่วมในการเตรียมงาน

แม่ๆ กลุ่มนี้ทำบ้านเรียนก็เพราะเห็นว่าเป็นการศึกษาทางเลือกที่เหมาะกับลูกๆ ค่ะ (คงไม่ลงรายละเอียดนะเดี๋ยวยาว) พอทำไปแล้ว มันเห็นพัฒนาการ เห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกๆ ที่ดีขึ้น ในหัวใจความเป็นแม่ มันอดแน่ใจไม่ได้ว่านี่คือคำตอบ  ซึ่งการจะมั่นใจในคำตอบนี้ จริงๆ มันไม่ได้มีอะไรสวยหรู มันล้วนต้องผ่านอุปสรรค ความอดทน ความลำบาก แต่ถ้าอัลลอฮฺให้คำตอบชัดเจนในใจ ก็คือทางที่พวกเราจะเดินต่อ

จุดเน้นของเรื่องไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่กำลังจะขยายภาพของการเตรียมงานโดยแม่ๆ … ใช่ค่ะ “แม่ๆ” คนที่อยู่บ้านเฉยๆ ดูแลลูกและสามีก็น่าจะจบ แต่แม่ๆ เหล่านี้ไม่จบ ลุกขึ้นมาเตรียมงานเพื่อออกไปประกาศให้คนรู้จัก “บ้านเรียนอิสลาม” และเพื่อให้คนรู้ว่า “อิสลามรักษ์โลก” นะ

เบื้องหลังการเตรียมงานของพวกเค้า คือการที่ต้องจัดแบ่งตารางเวลาว่า ช่วงจังหวะชีวิตไหนที่พอจะรวมตัวกันได้ เลือกสถานที่ใกล้ๆ เดินทางกันสะดวก แค่มีที่ิกิน ที่ละหมาด มีที่ให้สามีและลูกนั่งรอ ก็รวมตัวกันได้ นัดทำงานกันที่บ้านใครสักคน ดูแล้วเหมือนจะปกติธรรมดา แต่บอกเลยว่าสำหรับคนที่มีภาระครอบครัว การจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ “ไม่ธรรมดา”

มันมีความลำบากค่ะ สำหรับแค่ภาระลูก-สามี-บ้าน นั่นก็คือเต็มความสามารถของคนเป็นแม่แล้ว แต่การที่คนๆ หนึ่งพยายามจะดึงภาระอะไรมาใส่ตัวเพิ่มเติม มันต้องมีที่มา … ถ้าคิดว่าทำเพราะหวังชื่อเสียงหน้าตา อันนี้ดูได้เลยค่ะว่า ทำอะไรไม่ยาวแน่นอน แต่ถ้าคนที่จะยากเย็นก็ยังทำ จะลำบากก็ยังทน น่าคิดว่า เค้าคงมีเป้าหมายอะไรในใจ

เราคงไปส่องถึงใจคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถบอกเล่าสิ่งในใจเราได้ …

“จงปฏิรูปตนเอง และเรียกร้องเชิญชวนผู้อื่น” คือประโยคติดใจที่สอนเราว่า ให้เราพยายามปรับปรุงขัดเกลาตนเอง ไป “พร้อมๆ” กับ การเรียกร้องเชิญชวนผู้อื่น อย่ารอให้เราดีพร้อมจึงค่อยเริ่มทำงาน เพราะอาจไม่มีวันนั้น และอย่าเรียกร้องเชิญชวนผู้อื่น แต่ลืมปฏิรูปขัดเกลาตนเอง

21082106_112666199423242_2016033894_o

ในชีวิตคนเป็นแม่ มีสารพัดเรื่องให้กังวล สารพัดสิ่งให้จัดการ ถ้าเราใช้ชีวิตเป็นแม่ ดูแลแค่คนในครอบครัว ชีวิตคงจะง่ายขึ้นเยอะค่ะ ง่ายกว่าการก้าวออกมาพยายามจัดการสร้างงานเพื่อสังคม แต่อัลลอฮฺรู้สิ่งที่เหมาะสมกับเรา อัลลอฮฺเลือกสิ่งที่จะดีงามต่อชีวิตเรา แม้ในกระบวนการเราต้องพบเจอบางสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจ บางช่วงเวลาที่จิตใจเราอ่อนแอ บางทีก็ชวนคิดว่า ถ้าเราปลีกตัวเองจากงานนี้ เราคงจะจัดการอะไรๆ ในครอบครัวได้ดีกว่านี้มั้ย?

 

และเราก็เคยมีช่วงเวลาแบบนั้น ที่วางมือจากงานนอกครอบครัว
มีช่วงเวลาที่เรามองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกหลานเรา เช่นเดียวกับคนอื่นๆ
และก็ช่วงเวลาเหล่านั้นที่ผ่านมา ก็สอนเราว่า
ถ้าเรามองเห็นว่าสังคมต้องการอะไร
และยังไม่มีใครทำ
เราจะยังอยู่เฉยๆ แค่ในครอบครัวของเราไหม?

 

มากกว่า น่าคิด คือ การลงมือทำ ค่ะ

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Up ↑

%d bloggers like this: