43 ไม้ตายลบลายเจ้าตัวยุ่ง

20273774_10211897594293529_973441432_o.jpgเล่มนี้เป็นหนังสืออีกเล่มที่อัลลอฮฺเลือกให้เราได้อ่าน ลุงไปรษณีย์นำหนังสือเล่มนี้มาส่งวันรุ่งขึ้นหลังจากเราอ่านหนังสือยอดคุณแม่ฯ จบ ราวกับเป็นความเหมาะเจาะพอดีให้อ่านต่อ … เล่มนี้เราเลือกจากผู้เขียนคือ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ที่เคยอ่านบทความที่พี่น้องแชร์ๆ กัน กับปัญหาที่เขียนบนหน้าปกที่เรากำลังประสบพบเจอ

ระหว่างที่เราอ่านหนังสือ “ยอดคุณแม่แน่กว่าครู” ตอนนั้นจำได้เลยว่ามีคำถามแทรกสองสามคำถาม คือ ผู้เขียนมีลูกคนเดียวมีวิธีการจัดการได้ไม่ซับซ้อนเท่าลูกหลายคน หนังสือเล่มนั้นยังไม่ตอบโจทย์เราว่าลูกหลายๆ คนมีปัญหาพี่น้องทะเลาะกันจัดการยังไง หรือจะฝึกให้ลูกทำงานบ้านอย่างไร ฯลฯ

เราไม่ผิดหวังอีกเช่นกันกับหนังสือเล่มนี้ ด้วยฝีมือตอบคำถามแบบมืออาชีพของคุณหมอ ไม่ฟันธง แต่ให้คำแนะนำได้อย่างตรงประเด็น เล่มนี้เหมาะมากๆ สำหรับครอบครัวลูกหลายที่มีเวลาอ่านหนังสือไม่มาก แต่ละปัญหาให้คำตอบชัดๆ อ่านเพียงไม่กี่หน้าก็รู้แนวทาง และปัญหาที่ยกมายังเป็นปัญหาคลาสสิคที่เราเจอได้บ่อยๆ อีกด้วย

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้ทางแก้ปัญหาจากปลายเหตุ แต่ได้สาวไปให้เราเห็นถึงต้นเหตุและวิธีปรับแก้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ที่ใคร เริ่มจากที่พ่อแม่เอง การปรับวิธีการในการเข้าหาลูก การให้เวลาให้มากขึ้น (หมอบอกว่าถ้าคิดว่ามากแล้วแต่ยังมีปัญหา ก็แปลว่ายังไม่พอ ให้เพิ่มอีก) การพูดคุยและบรรยากาศที่ราบรื่นระหว่างสามีภรรยา ส่งผลต่อการเลี้ยงดูลูกแบบที่เราอาจคาดไม่ถึง … เริ่มสนใจแล้วใช่ไหม เราจะยกเนื้อหาบางส่วนมาเรียกความสนใจให้เพิ่มขึ้นอีก

“เวลาที่มีให้แก่ลูกเป็นเรื่องสำคัญ ปริมาณสำคัญกว่าคุณภาพ เวลาที่มีให้แก่ลูกต้องมาก มีเวลาให้วันละนิดเดียวไม่พอ จะมาอ้างว่าให้เวลาวันละนิดแต่มีคุณภาพก็พอแล้ว ไม่จริง เพราะปริมาณของเวลาสำคัญกว่าคุณภาพ สมัยก่อนให้เวลาแก่ลูกวันละนิดสัปดาห์ละหน่อยก็อาจจะพอ เพราะสมัยก่อนไม่มีอะไรน่ากลัว บ้านหนึ่งมีลูกโหลหนึ่ง ไม่เลี้ยงไม่เล่นด้วย เด็กๆ ก็ไปเล่นดินเล่นโคลน แต่สมัยนี้ไม่ใช่ หากคุณแม่มีเวลาให้น้อย เราจะได้อาสาสมัครมาช่วยเลี้ยงลูกเต็มไปหมด เช่น เกม คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และโทรทัศน์ พี่เลี้ยงอาสาเหล่านี้สามารถเข้ามาช่วยเลี้ยงลูกได้ทุกวัน วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง สามารถบุกทะลวงถึงห้องนอนได้อีกด้วย แม่ที่ทิ้งลูก เราจะพบลูกเล่นเกม ติดเฟซบุ๊ก กดมือถือ และดูทีวีทั้งวันทั้งคืน”

“พี่ชายที่รับทราบว่าพ่อแม่ถือหาง จะกลายเป็นกำลังสำคัญของพ่อแม่ในการดูแลและอบรมน้องๆ อย่าลืมว่าอย่างไรพ่อแม่ก็รักน้องเสมอ เพราะฉะนั้นเขาก็จะรักน้องด้วย ไม่มีเหตุผลที่จะเป็นอื่น พี่ชายที่รู้สึกว่าน้องตัวกะเปี๊ยกเดียวได้ของเท่าเขา มักจะรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่รัก เอาปริมาณสิ่งของหารด้วยน้ำหนักตัวและอายุก็เห็นชัดๆ ว่าเขาเสียเปรียบ พ่อแม่จะเสียมือขวาที่สำคัญไปเสียเปล่าๆ”

“เราไม่ต่อรองกันเรื่องวินัยพื้นฐานครับ ย้ำว่าเราก็ไม่ดุและไม่พูดรุนแรงด้วย แต่สีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงของคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองท่านต้องเอาจริง ส่งสัญญาณให้เขารู้ว่าไม่มีการต่อรอง ไปกินข้าว ไปอาบน้ำ เก็บของเล่น ทำให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้ เรื่องนี้จะง่ายขึ้นถ้าสองคนช่วยกัน เรื่องจะง่ายขึ้นอีกถ้าทำสม่ำเสมอ มิใช่วันหนึ่งทำอย่าง วันเงินเดือนออกทำอีกอย่าง เรื่องจะง่ายขึ้นอีกถ้าทำตามเวลา เช่น กินข้าวกี่โมง อาบน้ำกี่โมง เป็นต้น”

“แค่คิดว่า “เราทำอะไรได้บ้าง” ไม่ฝากความหวังไว้กับผู้อื่นมากเกินไป เพียงเท่านี้ก็ประสบความสำเร็จไปครึ่งทางแล้วครับ จิตแพทยเด็กและวัยรุ่นทุกคนก็อยากพบคุณพ่อคุณแม่ที่มีทัศนคติเช่นนี้ด้วยครับ”

“สำคัญที่สุดของที่สุดคือ คู่สมรสช่วยเหลือกันเสมอ ช่วยกันดูแลลูกและเป็นที่พึ่งทางใจซึ่งกันและกัน ผลัดกันเหนื่อย ผลัดกันพัก พวกเราดี ลูกก็ดีด้วยครับ”

“กล้ามเนื้อมือและนิ้วมือของคนเรามีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยมัด กล้ามเนื้อมากกว่าหนึ่งร้อยมัดนั้นทำงานสอดประสานกลมกลืนทุกท่วงท่าได้ก็ต้องบริหารให้ครบทุกมัด นั่นหมายความว่ามือและนิ้วมือ้องเคลื่อนไหวอย่างอิสระเสรี อะไรเล่าจะอิสระเสรีเท่าการขยำดิน ปั้นดินน้ำมัน ระบายสีอย่างสนุกสนาน อะไรเล่าจะทำลายกล้ามเนื้อบางมัดได้ดีเท่าการบังคับให้คัดไทยสวยๆ เพราะการคัดไทยนั้นใช้กล้ามเนื้อเพียงบางมัดและต้องไม่ใช้อีกบางมัด”

“ประเด็นคือ เราไม่ควรมั่นใจจนเกินไปว่าวิธีไหนถูกต้องระหว่างการตามใจกับความเข้มงวด เมื่อไม่มั่นใจเสียแล้วก็ควรทบทวนวิธีการของเราเป็นระยะๆ ถ้าทำแล้วไม่ได้ผลก็ไม่ควรทำซ้ำจนเกิดเรื่อง คุณพ่อคุณแม่ควรหันหน้าเข้าปรึกษากันให้ชัดว่าเราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ เมื่อชัดแล้วก็ทำตามน้้น และสมาชิกอื่นในบ้านก็ควรเคารพการตัดสินใจของผู้เป็นพ่อแม่ ทำแล้วได้ผลก้ได้ผล ถ้าไม่ได้ผลก็หยุดคุยกันอีก”

“เรื่องการเลี้ยงลูกคล้ายๆ จะมีวิธีที่ถูกต้อง คุณหมอคนนี้ก็มาตอบปัญหานานาอยู่หลายเดือนจนดูเหมือนว่าอะไรๆ ที่ตอบมานั้นถูกต้อง  แต่ที่จริงแล้ว “ใครจะไปรู้ว่าอะไรถูก” ที่ดีที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่หาเวลาถกกันเรื่องวิธีเลี้ยงลูกต่างๆ นานาให้มาก”

“การสอนเด็กเข้าสังคมขึ้นกับท่าทีของคนเป็นพ่อแม่ด้วยครับ ถ้าพวกเราไหว้ทุกคนสม่ำเสมอ เวลาบอกให้เด็กไหว้ใครเขาก็จะไหว้ ถ้าเขาไม่ไหว้ก็เป็นหน้าที่ของเราจับมือเขาไหว้เดี๋ยวนั้น ถ้าเขาไม่ยอมก็ไม่ต้องดุต่อหน้าคนอื่น รวมทั้งไม่ต้องพูดว่าไม่เก่งเลยอะไรทำนองนี้ เรามีหน้าที่จับมือเขาไหว้ไปเรื่อยๆ ทำทุกครั้ง ทำบ่อยๆ จนกว่าเขาจะรับทราบว่าเรื่องไหว้คนอื่นนี้ต้องทำ”

“การศึกษาที่ดีควรให้ความสำคัญกับสมองซีกขวาเท่าๆ กับหรือมากกว่าสมองซีกซ้าย นั่นคือการจัดการอารมณ์ การมองภาพรวม และการใช้ความคิดเชิงสุนทรียะ”

“กระบวนการทั้งหมดนี้ให้เริ่มได้ตั้งแต่เป็นเด็กเล็กสามขวบสี่ขวบ ช่วยเหลือเขาให้ดูแลตัวเองได้ในทุกเรื่อง ตั้งแต่การกินข้าวให้เป็นเวลา เล่นให้เป็นเวลา นอนให้เป็นเวลา ดูโทรทัศน์ให้เป็นเวลา อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว ไปจนถึงกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน เทกระโถน เก็บที่นอน กิจกรรมเหล่านี้ให้ฝึกแต่เล็ก มิใช่เพื่อให้เขาทำได้ แต่เพื่อให้เขารู้จักคำว่า “หน้าที่” มากกว่าคำว่าหน้าที่คือเพื่อให้เขาเรียนรู้ว่า “บางเรื่องไม่สนุกก็ต้องทำ” ยิ่งกว่านั้นคือให้เขาเรียนรู้ว่า “ไม่มีคนบอกก็ต้องทำ” และ “ถึงไม่มีคนเห็นก็ห้ามทำ” ความคิดเหล่านี้จะพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนจนกระทั่งเขากลายเป็นมีวินัย”

*********

หลังจากที่เราได้อ่านหนังสือ “ยอดคุณแม่ฯ” ได้พยายามเข้าใจในมุมมองลูกๆ มองและพยายามเข้าถึงลูกอย่างมีหิกมะฮฺแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็มาขมวดคำตอบหลายๆ เรื่องให้เรา เข้าใจได้ว่า นอกจากความนุ่มนวลเข้าใจเด็กแล้ว บางเรื่องก็ยังต้องอาศัยความเด็ดขาดบ้างเพื่อสร้างวินัย แน่นอนว่าในหนังสือสองเล่มที่กล่าวถึงก็มีอะไรขัดกันอยู่บ้าง แต่ก็ได้คำตอบว่า วิธีที่เหมาะสมกับการเลี้ยงลูกก็มาจากการพูดคุยสรุปร่วมกันของพ่อแม่ “ใครจะไปรู้ว่าอะไรถูก” เลี้ยงๆ ไป อะไรมีปัญหาก็คุยแล้วปรับพยายามหาจุดลงตัวกันไป นั่นสินะ เป็นคำตอบที่ลดความกดดันในชีวิตพ่อแม่ได้ดีทีเดียว

เราอดรู้สึกไม่ได้ว่า แม้แต่หนังสือที่อัลลอฮฺจัดให้เราได้อ่าน ยังมีความงดงามลงตัวขนาดนี้ แล้วนับประสาอะไรกับเรื่องใหญ่ๆ อีกหลายเรื่องในชีวิตเรา ที่ก้าวไปแต่ละก้าวด้วยหัวใจมอบหมาย แม้พบปัญหาให้แก้ แม้มีความเศร้าบ้าง แต่ก็มีสุขปนเป็นกำลังใจ … นั่นไง! ชีวิตผู้ศรัทธา มีแต่ “ดี” กับ “ดี”

 

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Up ↑

%d bloggers like this: