ยอดคุณแม่แน่กว่าครู1

20120841_10211839820929231_1460423866_n.jpgต่อจาก ตอน 1 ที่เราเขียนรีวิวเล่ม 2 … อันนี้เป็นตอน 2 ที่เราเขียนรีวิวเล่ม 1

ยังคงยืนยันความประทับใจไม่ขาดหายหลังจากอ่านจบอีกเล่ม เป็นหนังสือจิตวิทยาที่แนะนำได้อย่างครอบคลุมมีชีวิตชีวา ไม่ใช่เอาหลักการเป็นข้อๆ มาวางให้ เรายังคงได้บทเรียนใหม่ๆ อีกหลายมุมมอง บางเรื่องก็อย่างงงว่า แบบนี้ก็ได้เหรอ แต่โดยรวมแล้วมันสะท้อนความอบอุ่นนุ่มนวลของผู้ขียนได้ดีจริงเชียว อยากเป็นมั่ง

ถ้าสรุปแบบด่วนๆ เอาเอง ราวกับว่าเกือบทุกปัญหาที่เกิดกับลูกล้วนมาจาก “การเลี้ยงดู” บางทีเราก็ลำบากใจที่จะยอมรับว่า เราเลี้ยงลูกผิดๆ มา แต่ถ้าเรากลั้นใจยอมรับแล้วปรับ มันก็น่าจะดีกว่ารักษาหน้าไว้ แต่ความเสียหายส่งไปกับลูกในระยะยาว ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองพวกเรา … นำบางส่วนมาเรียกความอยากรู้อีกแล้ว แต่ละเรื่องมีรายละเอียดละเมียดละไมมาก อ่านแค่นี้แล้วสรุปไม่ได้ แนะนำให้ใช้เวลาอ่านเองจ้ะ

“การให้เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเรียกคุณว่าพ่อแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องทุ่มเทเวลา จิตใจ และความคิดมากมาย เมื่อตัดสินใจมีลูก ก็ต้องรับผิดชอบทุ่มเทให้ลูก ถือเอาการใกล้ชิดลูกเป็นเรื่องสำคัญและจริงจัง”

“คุณเฉินเฮ่อฉิน นักการศึกษาสมัยใหม่ผู้มีชื่อเสียงก็ต่อต้านการหลอกเด็ก เขาเห็นว่าการหลอกเด็ก เป็นการทำให้เด็กบกพร่องทางจริยธรรม ผู้ใหญ่มักหลอกเด็กทำให้เด็กร้อนใจแล้วพากันหัวเราะ โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้น ส่งผลให้เด็กไม่ไว้ใจผู้อื่นและติดนิสัยพูดโกหก”

“เพื่อนของฉันคนหนึ่ง ตอนที่ลูกยังเล็กเธอมักบ่นให้คนอื่นฟังต่อหน้าลูกว่า ลูกเป็นเด็กเลือกกิน ฉันเตือนหลายครั้งว่าอย่าพูดอย่างนี้ ถ้าอยากพูดจริงๆ ก็อย่าพูดต่อหน้า อย่าให้เด็กได้ยิน แต่เธอไม่ใส่ใจและพูดจนเป็นความเคยชิน ตอนนี้ลูกเธออายุ 10 กว่าขวบแล้ว ก็ยังเป็นเด็กเลือกกินเหมือนเดิม”

“ผู้ปกครองต้องห้ามเด็กเล่นเกมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและเซ็กซ์อย่างเด็ดขาด ควรแนะนำให้เขาเล่นเกมที่เหมาะสม
ความรุนแรงและเพศไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของเกม ทำนองเดียวกับความรุนแรงและเพศไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของนิตยสาร เราไม่อนุญาตให้เด็กอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้ห้ามเด็กอ่านหนังสือ”

“เวลาเด็กร้องไห้ไม่ว่าด้วยเรื่องอะไร ต้องพยายามหันเหความสนใจของเด็ก จะได้ผลมากกว่าการปลอบหรือการเตือน และยังช่วยลดความเจ็บปวดของเด็กได้ดีกว่า”

“อยากให้ลูกเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ต้องเปลี่ยนแปลงก่อน พ่อแม่เป็นคนกุมชะตาชีวิตลูก หากอยากเปลี่ยนแปลงลูก ต้องเริ่มจากพ่อแม่ ทัศนะเกี่ยวกับการสอนลูกที่ต่างกัน ทำให้ชะตาชีวิตของลูก “แตกต่างกันลิบลับ””

“เพื่อนคนนี้พูดอย่างเสียดายว่า “ปกติเวลาโรงเรียนเรียกประชุมผู้ปกครอง พอพูดถึงปัญหาของเด็ก ครูมักจะย้ำให้ผู้ปกครองเข้มงวดกับเด็กให้มาก อยู่กับเด็กให้มาก ควบคุมเด็กให้มาก ความจริงปัญหาของเด็กสมัยนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะพ่อแม่ควบคุมน้อยเกินไป หากแต่เป็นเพราะควบคุมมากเกินไป”

“ข้าวของเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นโดยเจตนา แต่เป็นเรื่องธรรมดาในช่วงการเติบโตของเด็ก ทำไมเราไม่ให้อภัยเด็กที่ทำผิดโดยไม่เจตนา เวลาทำข้าวของเสียหาย เด็กเองก็เสียใจและรู้สึกผิด การดุด่าทุบตี จะยิ่งทำให้เด็กไม่เคารพตัวเอง รู้สึกว่าผู้ใหญ่รักเงินรักข้าวของมากกว่า รู้สึกว่าผู้ใหญ่ไม่ให้อภัย เกิดความรู้สึกต่อต้าน และไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป การ “สอน” เด็กอย่างนี้บ่อยๆ จะทำให้เขาไม่เชื่อฟังและไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น”

“เด็กที่เติบโตในครอบครัวซึ่งเข้มงวดและดุด่าทุบตี จะเป็นคนดูถูกตัวเอง บุคลิกเก็บกด ขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ อารมณ์ฉุนเฉียว อาจถึงขั้นหันเหไปสู่เส้นทางตกต่ำ นอกจากนี้ อาจมีอาการทางกาย เช่น อาเจียน ท้องร่วง เป็นแผลในกระเพาะอาหาร และนอนไม่หลับ”

“สาเหตุจากการอบรมในครอบครัวหรือโรงเรียน ทำให้เด็กมีบาดแผลในใจ ส่งผลให้เด็ก “สมาธิสั้น” เป็นข้อสรุปจากการสังเกตโดยตรง และจากตัวเอย่างของเด็กจำนวนมาก นี่ไม่ใช่การคาดเดา เป็นสาเหตุที่น่าเชื่อถือที่สุด แต่มักถูกมองข้าม”

“สาเหตุที่แท้จริงของ “โรคสมาธิสั้น” เกิดจากความผิดพลาด 2 ประการของผู้ใหญ่ คือ ทัศนคติต่อเด็กและวิธีอบรมที่ไม่ถูกต้อง”

“”ไม่พูดโกหก” เป็นพื้นฐานของความสุขในชีวิต คนที่ชอบพูดโกหก ไม่ว่าเขาจะ “ประสบความสำเร็จ” ตามบรรทัดฐานสังคมแค่ไหน ความจริงแล้วเขาไม่มีความสุข เพราะขาดมโนธรรม เด็กมักสังเกตปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ได้อย่างละเอียด”

“ฉันรู้จักครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เขาให้การบ้านเด็กมากเป็นพิเศษ แต่ครูอีกคนหนึ่งส่งเสริมการอ่าน จึงให้การบ้านน้อยมาก เพื่อให้เด็กได้กลับไปอ่านหนังสือนอกเวลาที่บ้าน ทำให้เด็กเข้าใจการอ่านการเขียนมากขึ้น และได้รับความเพลิดเพลิน วิธีของครูคนนี้ช่วยให้เด็กสนุกกับการเรียน และยกระดับความสามารถในการเรียน ส่งผลดีในระยะยาว”

“สังคมเวลานี้อยู่ในยุคสมัยของการ “อ่านภาพ” การ “อ่านภาพ” ก็ไม่ต่างจากการอ่านการ์ตูน ดูโทรทัศน์ ดูคอมพิวเตอร์ ยกเว้นหนังสือภาพจิตรกรรม เป็นการรับข้อมูลในรูปแบบของภาพเป็นหลัก ยุคสมัยการอ่านภาพได้เข้ามาทำลายการอ่านแบบดั้งเดิม”

“อย่าเลือกอ่านแต่หนังสือที่ “มีประโยชน์” 
“มีประโยชน์” กับ “สนุก” ต่างกัน
เมื่อ “สนุก” มากเข้า สักวันหนึ่งก็จะ “มีประโยชน์”
ความรู้มักเกิดประโยชน์โดยไม่รู้ตัว
ความสนุกเปรียบเสมือนไม้เคาะประตู
ถ้าประตูไม่เปิด ความรู้ก็เข้าไปไม่ได้”

ผู้เขียนได้เปิดมุมมองใหม่ ปัญหาหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการอ่าน การเขียน การติดเกม หรือความสามารถในการเรียน แก้ได้ด้วย “การอ่านหนังสือนอกเวลา” … จบงามๆ ว่า “การอ่าน (อิกเราะ)” เป็นวาระแห่งประชาชาติจริงๆ

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Up ↑

%d bloggers like this: