ผู้จัดการ “บ้าน”

ถ้าพูดถึงคำว่า “ผู้จัดการ” เราคงนึกถึงห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำ เก้าอี้หมุนนุ่มๆ และการนั่งทำงานหน้าคอม .. เราก็มีโหมดนั้นเช่นกัน แต่ผู้จัดการของเรา ยังรวมถึงการลงมือ วางแผนคิดสอนเอง ไปจนถึงจัดการงานบ้าน งานเด็ก ทำกับข้าว อาบน้ำ ล้างก้น ฯลฯ เรียกว่า ลงมือจัดการด้วยตัวเองเลยทีเดียว แต่ในเรื่องนี้ขอคุยแค่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของหน้าที่นี้ ในหน้าที่ “จัดการบ้าน” ก่อนแล้วกันค่ะ

18600739_10211283372818376_1569290405_nออกตัวเลยว่า ไม่ใช่แม่บ้านมืออาชีพ และคิดกลับไปกลับมาหลายรอบว่าจะโพสเรื่องนี้ดีมั้ย กลัวโดนหัวเราะเยาะ แต่กระนั้นก็มีหลายคำถามจากแม่ๆ ที่ลูกหลายว่าเราจัดการยังไง … นั่นสินะ ถ้าได้แบ่งปันแนวทางที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่นได้ก็น่าจะดี

เริ่มต้นเรื่องราวจากการค้นหาข้อมูล จริงจังก็เริ่มที่หนังสือ “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” ของ คนโดะ มาริเอะ และก็ท่อง Pinterest ไต่อ่านไปตามบล็อกของนักจัดระเบียบบ้านทั้งหลาย เราจะเห็นแม่ๆ ลูกหลาย หลายครอบครัวที่เค้าก็ทำกันได้น้อ และเชื่อว่าเป็นผลมาจากดุอาอฺ “ขอให้เราจัดการอะมานะฮฺต่างๆ ได้อย่างดี” อันนี้ที่ขอเป็นดุอาอฺแรกๆ ประจำตัว  ส่วนเนื้อหาที่จะนำเสนอต่อไปนี้ มาจากสรุปๆ เก็บๆ เท่าที่พอเก็บได้จากหน้งสือและข้อมูลที่เสริช รวมกับผลที่ได้จากการลงมือทำจริง กับ 7 ชีวิตที่ไม่มีคนรับใช้ ด้วยความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ

ถ้าพร้อมแล้วไปดูเทคนิคเหล่านั้นกันเลย… (ขออนุญาตไม่ใส่รูปเยอะเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ใช้จินตนาการร่วมไปจ้ะ)

1.  ลดของให้น้อยลง  
ข้อนี้เป็นหลักการพื้นฐานที่เห็นบ่อยมากจากหลักการจัดระเบียบค่ะ อะไรที่ไม่ใช่ อะไรที่ไม่ใช่ หาวิธีกำจัดออกไป อาจไม่ต้องทิ้ง แต่ด้วยการบริจาค(ของสภาพดี) แจกจ่ายไปยังคนที่จำเป็นต้องใช้ อาจจะตัดใจยากบางสิ่ง แต่ผลที่ได้บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก ถ้าเรามีของน้อยลงและสามารถบริหารจัดการมันได้

2.  หาที่อยู่ให้ของทุกชิ้น
ข้อนี้เกี่ยวเนื่องจากข้อแรกค่ะ ให้ลดของก่อน เพื่อที่เราจะจัดหาที่อยู่ให้ของทุกชิ้นได้ ไม่อย่างนั้น ถ้าของเยอะเกิน ก็คงไม่มีที่อยู่ให้พอสำหรับของ ถ้าเราลดของก่อน อาจไม่จำเป็นต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เก็บของเพิ่มค่ะ แค่จัดๆ ก็เข้าที่ได้ พวกของจัดระเบียบบ้านทั้งหลายก็อาจไม่จำเป็นต้องซื้อนักนะคะ ชิ้นละเป็นร้อยๆ ลองคิดพลิกแพลงจัดเก็บจากของที่มีอยู่ง่ายๆ ปรับไปปรับมาเดี๋ยวก็ลงตัวค่ะ ลองดู

3  ทำน้อย แต่บ่อย
ข้อนี้ปรับมาจากหลักการ “ทำทันที” เพราะเรารู้ว่าในชีวิตจริงอาจทำทันทีไม่ได้ เพราะติดพันต้องดูลูก รีบไปละหมาดก่อน บลาๆ … แต่กระนั้นก็ให้เราทำงานบ้านบ่อยๆ ย่อยงานเป็นชิ้นเล็กๆ ค่ะ ถ้าเราเก็บสะสมจนเป็นงานชิ้นใหญ่ก็อาจท้อใจไม่อยากทำ พร้อมกันนั้นเราก็จะเริ่มชินชากับความรกนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ (ขออัลลอฮฺคุ้มครองพวกเรา) ยกตัวอย่างเช่น

ล้างจาน  ถ้าล้างทุกมื้อจะใช้เวลาไม่มาก แม้เราจะไม่สะดวกล้างทันที แต่ก็พยายามเคลียร์มื้อต่อมื้อ วิธีง่ายๆ คือลองจับเวลาดู ล้างจานอ่างเล็กๆ ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเอง ครั้งต่อไปเดินผ่านอ่างถามตัวเองว่ามีเวลา 5 นาทีมั้ย ถ้ามีก็เคลียร์เลย แล้วดมกลิ่นอ่างสะอาดๆ สดชื่นกว่ากลิ่นอาหารติดจานตั้งเยอะ

เก็บกวาดบ้าน ก็เช่นกัน ที่บ้านจะวนทำไป แต่หลักๆ ห้องโถงส่วนที่เด็กๆ ใช้เล่นเรียนต้องเคลียร์ทุกวัน ถ้าใช้หลักการ 2 ข้อแรกแล้วจะช่วยให้ทำงานได้เร็วมาก เช้ามาแต่ละวันก็เก็บๆ ของเข้าที่กวาดแป๊บเดียวก็เรียบร้อย ระหว่างวันเดินผ่านก็หยิบเก็บกวาดไปบ้าง ถ้าทำบ่อยจะทำได้ง่ายมากค่ะ ส่วนเรื่องเช็ดบ้านเราอาจจะไม่ได้เช็ดทุกวัน เก็บแรงไว้รีดผ้าบ้าง

เสื้อผ้าที่เก็บจากราว หลักการนี้ก็ช่วยได้ค่ะ ที่บ้านเสื้อผ้าเด็กจะใช้ราวแขวน สองคนต่อหนึ่งราวแขวนมาชนกัน พอเก็บจากราวตาก ก็สะบัดๆ คัดแยก แขวนเข้าราวเด็กๆ เลย แป๊บเดียว จะมีแค่เสื้อผ้าบางคนที่เรามาบรรจงพับ นึกถึงคนใส่ แฮ่มๆ .. สรุปว่า ถ้าแบ่งแขวนบ้างก็ช่วยลดงานได้ค่ะ

เสื้อผ้ารอซัก เราใช้ตะกร้าเก็บของเล่นที่เป็นชั้นสีๆ ซ้อนกันมีช่องข้างๆ เราใช้แยกผ้าสี-ผ้าขาว ผ้าของผู้ใหญ่-ของเด็ก วิธีนี้ช่วยได้มากเพราะว่ามองปุ๊บจะรู้เลยว่าเราจะซักผ้าประเภทไหนก่อนที่เต็มตะกร้า และยังช่วยลดเวลาในการแยกผ้าก่อนซัก หยิบมาจากตะกร้าเข้าเครื่องซักได้เลย ที่สำคัญมากคือ มันซ้อนกันและประหยัดที่

4. ใส่ใจ ให้เวลา
เรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันค่ะ (อย่าบอกว่าไม่มีเวลา) เพียงแต่เราจะจัดเวลาให้กับสิ่งที่เราเห็นความสำคัญ ดังนั้นขอให้มันเป็นส่วนหนึ่งของเวลาที่เราจัดให้ พยายามอย่าให้ภาระอื่นๆ มาเป็นข้ออ้าง ทำอย่างอื่นได้ แต่อย่าให้มันมากเกิน เพราะอันนี้หน้าที่หลักของเรานะจ๊ะ

5. มีความสุขกับสิ่งที่ทำ
อันนี้สำคัญ เป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจมาก หลังเสร็จงานใด แวะชื่นชมความสำเร็จ ให้กำลังใจตัวเองบ้าง แล้วจะมีแรงทำและรักษาความดีงามนี้ต่อไปค่ะ ให้เรามองว่าสิ่งที่เราทำคือความสุข เราทำหน้าที่ในบ้านได้อย่างดีคือความสุข และเมื่อเราทำได้ดี คนในบ้านก็มีความสุขค่ะ

6. ฝึกเด็กๆ ให้ช่วยงานบ้าน
สารภาพว่าข้อนี้ยากที่สุดค่ะ แต่ก็อย่าย่อท้อ เคยฝึกกันแบบดุ จริงจัง แต่ส่งผลเสียมากต่อสุขภาพจิตของผู้ใหญ่และเด็ก หลังๆ นี้ทำใจจ้ะ ใช้วิธีเรียกใช้แต่ไม่คาดหวัง ยอมลงมือเองแล้วเรียกมาช่วย ทำบ้างไม่ทำบ้างไม่ว่ากัน อดทนไปก่อน เพียงแต่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้าน และเชื่อว่าเมื่อเราจัดบ้านให้เข้าที่เป็นระเบียบ ลูกก็จะชินและซึมซับกับสภาพเช่นนี้ ก็จะทนความรกไม่ได้ไปเอง อินชาอัลลอฮฺ อย่างไรก็ตาม ก็มีงานบ้านที่เริ่มฝึกบ้าง เช่น ล้างจานของตัวเอง ถ้าไม่ทำก็เรียกเตือนเบาๆ ถ้าพูดแล้วไม่ทำอีก ยอมทำไม่รู้ไม่เห็นบ้างแค่จานไม่กี่ใบ อย่าให้บรรยากาศในบ้านเสียเพราะมันเลย

สิ่งที่ได้จากการเก็บบ้านให้สะอาดเรียบร้อย

  • ประการแรกที่สำคัญที่สุดในชีวิตมุสลิมคือ “ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของการศรัทธา” อันนี้คงไม่ต้องขยายความนะคะ
  • อีกประการที่สำคัญในชีวิตครอบครัวคือ อารมณ์ดี๊ดีของคนเป็นอุมมี  บ้านที่เป็นระเบียบเรียบร้อยชวนให้อารมณ์ดีมีสมาธิและง่ายต่อการจัดการอะไรๆ ในชีวิตต่อไปค่ะ
  • สำหรับลูกๆ ก็ได้มีพื้นที่โลดแล่น วิ่งเล่น และใช้พลังสมอง  นี่เป็นสาเหตุที่เราพยายามเคลียร์พื้นที่ให้ลูกๆ เห็นทันทีเมื่อเราเคลียร์ด่านยากคือห้องลูกชาย ลูกๆ ก็เริ่มประดิษฐ์คิดสร้างสรรค์อะไรเล็กๆ ขึ้นมาทันที เหมือนกับที่เวลาเราจะนั่งทำงาน ใช้เวลาสักนิดเคลียร์โต๊ะทำงาน ก็จะทำงานได้ปลอดโปร่งกว่าตอนของเต็มโต๊ะ จริงมั้ย?
  • และสำหรับคนสำคัญของบ้านคือ คุณอะบี กลับจากทำงานเหนื่อยๆ เดินเข้ามาเตะของเล่นคงไม่ค่อยปลื้มนะคะ เข้ามาเจอบรรยากาศเรียบร้อยดี๊ดี กับรอยยิ้มของอุมมี แค่นี้ก็ช่วยให้บรรยากาศของบ้านน่าอยู่ขึ้นเป็นกองเลย

สุดท้ายขอบอกเลยว่าบ้านเราไม่ได้เรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ ไม่ต้องมาหาแบบคาดหวังเช่นนั้น เพราะมนุษย์จัดการยังน้อยกว่ากองทัพนักรื้อนัก อย่างไรก็ตามที่เราแบ่งปันนี้เพราะอัลลอฮฺให้พบแล้วว่ามันทำให้ชีวิตเราดี๊ดีขึ้น และก็หวังว่าจะมีส่วนช่วยให้ชีวิตครอบครัวอื่นๆ ดี๊ดีไปด้วยกันจ้ะ ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Up ↑

%d bloggers like this: