Posted in มุมคุณแม่, มุมเด็ก, สื่อการเรียนรู้

เด็ก-เทคโน(โลยี)

2014-04-21 10.23.49

 

โพสนี้ขออนุญาตเล่าถึงแนวคิดและวิธีการดูแลลูกเราในเรื่องเทคโนโลยี ในฐานะที่ทั้งคุณพ่อบ้านและคุณแม่บ้านก็เป็นคนที่คลุกคลีกับเทคโนโลยีอยู่ไม่น้อย และมีแนวคิดตรงกันให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยี กระนั้น เราก็เห็นตรงกันถึงแนวทางมิให้ลูกๆ หมกมุ่นอยู่กับมัน

1. มีทิศทางตรงกัน  หมายถึงผู้ปกครองในครอบครัวทุกคน(ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ก็ควรพูดคุยให้เข้าใจตรงกัน) ควรมีทิศทางตรงกันเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีของเด็ก ว่ามีเงื่อนไขกฎเกณฑ์อย่างไร จะทำให้ดูแลควบคุมได้ง่าย หากมีผู้ใหญ่บางคนในบ้านอนุโลมให้เด็กทำตามใจที่ต้องการได้มากกว่าผู้ใหญ่คนอื่นๆ ในบ้าน ก็จะทำให้เด็กมีทางออกว่า เวลาอยากเล่นเกมไปขอคนนี้ จะเล่นได้นาน แล้วกฎเกณฑ์ที่วางไว้ก็อาจด้อยค่าลงไปค่ะ

2. มีกฎเกณฑ์ชัดเจน  ที่บ้านเรามีกฎเกณฑ์ชัดเจนว่าเด็กๆ จะเปิดคอมพิวเตอร์เองไม่ได้ (ตั้งรหัสผ่านไว้รู้เฉพาะผู้ใหญ่) ก่อนใช้ัจึงต้องขออนุญาตโดยปริยาย บางครั้งอาจวางเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า ทำสิ่งนั้นก่อน ทำสิ่งนี้ก่อน เช่น อ่านกุรอาน ทำการบ้านอาบน้ำให้เสร็จก่อน เก็บของเล่นก่อน เป็นต้น  ทุกครั้งที่เด็กเปิดคอม จะอยู่ในห้องที่มีผู้ใหญ่อยู่ในหูในตา  ไม่อนุญาตให้ใช้อินเตอร์เน็ตเพียงลำพัง ถ้าจะใช้เครื่องมือค้นหา (Search Engine) ต้องให้ผู้ใหญ่ใช้เท่านั้น เว็บไซต์ที่มีคลิปวีดีโอ ให้ผู้ใหญ่เปิดเท่านั้น  (เพราะพวกนี้มีสื่อลามกสอดแทรกอยู่เสมอ) ซึ่งถ้าผู้ใหญ่จริงจังและสม่ำเสมอในการใช้กฎ เด็กก็จะเรียนรู้ที่จะเคารพกฎค่ะ ถ้าจะทำอะไรเพิ่มเติมเกินจากที่อนุญาต เค้าก็จะขออนุญาตผู้ใหญ่ก่อน

แม้แต่เรื่องการดูโทรทัศน์ แม้จะมีโทรทัศน์สีขาว ที่ถูกต้องตามศีลธรรม เราก็มิได้เปิดทิ้งให้เด็กดูได้ตลอดวันค่ะ สำหรับเด็กๆ จะมีเวลาดูแน่นอน (ส่วนใหญ่เป็นตอนเย็นหลังเลิกเรียน) ขณะดูคุณแม่ก็อยู่ใกล้ๆ แม้ทำงานบ้านก็เห็นว่าลูกดูอะไร เด็กๆ ถือรีโมทคอยปิดเมือ่มีเสียงดนตรี เมื่อครบเวลาก็คือปิด (ทำเช่นนี้เป็นประจำ เด็กจะเคารพกติกาและไม่เซ้าซี้ขอดูต่อ)  ถ้าเป็นนอกช่วงเวลา ส่วนใหญ๋จะดูข่าว ซึ่งก็จะดูพร้อมกับผู้ใหญ่ค่ะ

สำหรับผู้วางกฎเกณฑ์ ในบ้านเรา คุณพ่อเห็นว่าคุณแม่อยู่กับลูกเกือบตลอดเวลาและรู้จักลูก จึงยกให้คุณแม่เป็นผู้วางกฎเกณฑ์ บางทีลูกมาขอพิเศษก็บอกว่าให้ไปคุยกับคุณแม่ (เป็นการตัดปัญหาความแตกต่างเรื่องกฎเกณฑ์ ให้คนเดียวตัดสินไปเลย)  แต่ถ้าคุณพ่อเห็นว่าแบบไหนเกินไปน่าจะปรับยังไง ก็จะปรึกษากันในช่วงที่ลูกไม่อยู่ เพื่อปรับและหาข้อสรุปร่วมกันค่ะ

3. มีกำหนดเวลาแน่นอน  ก่อนเล่นเกมแต่ละครั้ง จะกำหนดเวลาให้ลูกแน่นอน (ตกลงกันตั้งแต่ก่อนเล่น) ว่ากี่นาที ก่อนหมดเวลาจะเตือนก่อนว่า เหลืออีก 5 นาทีนะ เหลืออีก 10 นาทีนะ เพื่อให้ลูกรู้ตัวก่อน (ถ้าตัดบทตอนหมดเวลาทีเดียวเลย เด็กมักจะขอต่อเสมอ)  หลังบอกหมดเวลา หลายๆ ครั้งที่เด็กขอต่อว่า อีกนิดนึง ให้จบเกมนี้ เคยทำแบบที่ตัดเด็ดขาด รู้สึกว่าลูกขัดใจมาก ก็เลยลองแบบนิ่มๆ ยอมให้นิดหน่อย แต่เกาะติดคอยถามตลอดว่า จบเกมรึยัง ปิดได้แล้ว ถี่ๆ เลย  ก็รำคาญแล้วเล่นต่อได้อีกไม่นานเสมอ แต่เป็นอันว่าได้จบเกมแบบที่ไม่ถูกตัดบท ผลเป็นที่น่าพอใจกว่าค่ะ

4. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง  ปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบ้านอาจไม่เหมือนกัน อยู่ที่การสังเกตและเรียนรู้ของแต่ละครอบครัวค่ะ เช่น บ้านเราเคยมีแท็บเล็ต โหลดแอพการศึกษาให้ลูกเล่น ปรากฏว่าติดกันจัง เพราะเป็นเครื่องมือที่หยิบง่าย พกง่าย เล่นกันไม่เลิกเลย  หลังจากที่มันพัง เราสองคนพ่อ-แม่จึงเห็นตรงกันว่า มันไม่เหมาะกับบ้านเรา เพราะเป็นเครื่องมือที่เสี่ยงต่อการติดและไม่สามารถควบคุมได้มากที่สุด  คอมพิวเตอร์เราตั้งพาสเวิร์ดได้ หยิบยกไปไหนไม่ได้ มือถือเป็นของส่วนตัว ถ้าเอาไปไม่ขออนุญาตก็โดนดุได้ เรียกว่าอย่างอื่นเราดูแลได้ แต่แท็บเล็ตนี่ไม่เหมาะกับบ้านเราจริงๆ

เหล่านี้เป็นแนวทางคร่าวๆ ของครอบครัวเรา ที่ใช้แล้วเห็นผลในตอนนี้ (ขออัลลอฮฺคุ้มครองพวกเราในระยะยาว) จึงมาแบ่งปัน และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับครอบครัวอื่นๆ บ้างค่ะ

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom