น้ำลด… บทเรียนเพิ่ม

ตอนนี้สถานการณ์น้ำที่บ้านเราลดลงจนสามารถใช้ชีวิตปกติได้แล้ว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ไวกว่าที่คิดไว้มาก ก่อนกลับไปขอบันทึกอะไรใส่ไว้ก่อน ด้วยอารมณ์ เสียงลม และบรรยากาศชวนเขียนตอนนี้เลย… หลายบทเรียนที่เข้ามาในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์นี้ รีบจดไว้เร้วว

1. บทเรียนยามเช้า

เวลาที่เหมาะสุดสำหรับคุณแม่บ้านที่อยากรักษาการอ่านและทบทวนอัลกุรอานทุกวัน คือ ยามเช้า(หลังศุบหิ) เพราะเป็นเวลาที่เด็กๆ ยังไม่ตื่นหรือตื่นเฉพาะเด็กโต บรรยากาศสงบเงียบ ท้องฟ้าเพิ่งเริ่มสว่าง แสงอาทิตย์ค่อยๆ ทวีความสว่างสาดเข้ามาในห้อง เป็นบรรยากาศที่ชวนรำลึกถึงอัลลอฮฺมาก หลังจากที่ได้อ่านในละหมาด (ชวนอินกับความหมายแล้ว) ก็ต่อด้วยการใคร่ครวญและทบทวนบรรดาอายาตต่างๆ แล้วนั่งเงียบๆ นึกต่อถึงอะไรต่อมิอะไรในชีวิตนี้กับอัลลอฮฺเพียงลำพัง  อันนี้ยังไม่ได้รวมถึงภาคผลและความจำเริญของการอ่านกุรอานในยามเช้าอีก … สุดคุ้ม!

หลังจากนี้เมื่อเด็กๆ ตื่นขึ้น ความสงบเงียบก็จะถูกกลืนกินไปในบางเวลา และบางเวลาที่มีความสงบ สภาพร่างกายและจิตใจเราก็อาจไม่สดชื่นเท่าไรนัก บางทีเราก็ง่วนกับภารกิจอะไรต่ออะไรในชีวิตจนไม่คิดจะนั่งหยิบกุรอานมาอ่านด้วยซ้ำ (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองเราจากสภาพนี้)

อัลกุรอานยามเช้าที่บางสะพาน เหมือนวีดีโอที่ฉายภาพทิวทัศน์ประกอบ แต่สดกว่า ใสกว่า และมีกลิ่นธรรมชาติบริสุทธิ์ประกอบด้วย มันช่วยเพิ่มอรรถรสได้อย่างบอกไม่ถูกเชียวว

2. บทเรียนเรื่องเวลา

ในช่วงแรกที่เราอยู่โดยไม่มีนาฬิกาแขวน มันไม่ค่อยสะดวกนะ ที่จะหยิบมือถือมาดูนาฬิกาทุกครั้งที่เราต้องการ ไม่เหมือนแหงนหน้ามองที่ทำไ้ด้ตลอด  การไม่รู้เวลาทำให้ระบบการจัดการในชีวิตเรารวนเล็กๆ แต่มันใหญ่ขึ้นเมื่อเราต้องดูแลเวลาของเด็กๆ อีกหลายชีวิตด้วย  ตอนนี้ล่ะ เห็นความสำคัญของนาฬิกาแขวนที่แสนจะปกติมากเมื่ออยู่บ้าน แล้วก็บันทึกไว้ว่า “นาฬิกา” เป็นอีกหนึ่งความจำเป็นในการเดินทาง

3. บทเรียนเรื่องเสื้อผ้า

ช่วงแรกที่เรามีเสื้อผ้าติดกันไปไม่กี่ชุด สำหรับซักเปลี่ยนทุกวัน เล่นเอาเราใช้เวลากับการจัดการเสื้อผ้าทุกครึ่งวัน บวกกับภารกิจอื่นๆ ในชีวิตประจำวันแล้ว.. แทบไม่ต้องคิดเรื่องทำอะไรอื่นกันเลย  อัลฮัมดุลิลลาฮฺ นี่ก็เป็นอีกบทเรียนให้เห็น นอกจากว่าเสื้อผ้าคือริซกีที่มาจากอัลลอฮฺแล้ว การมีเสื้อผ้าพอใช้(ไม่ต้องซักทุกวัน) ก็ช่วยให้เรามีเวลาสำหรับการทำงานศาสนามากขึ้นด้วย

ขากลับเราได้กระเป๋าใบใหม่จากถุงผ้าอ้อมสำเร็จรูป ไว้ใส่เสื้อผ้าเด็กๆ กลับกรุงฯด้วย

4. บทเรียนยามมืด

ยามมืดของต่างที่ เป็นอะไรที่ตรวจสอบอะกีดะฮฺเราได้ดีทีเดียวเนอะ เรารู้สึกยังไง เราเชื่อมั่นยังไง .. นั่นก็คือคำตอบที่สอดรับกับความเชื่อของเรา ก็เป็นอีกเรื่องที่ได้ตรวจสอบตัวเองชัดๆ
“لا حول ولا قوة إلا بالله” (ลาเหาละวะลากูวะตะอิลลาบิลลาฮฺ)
ไม่มีอำนาจและพลังใดๆ นอกจากด้วยอำนาจของพระองค์)

และในส่วนหนึ่งของกลางคืน เราจะยืนหรือนอน ทริปนี้ก็ได้พิสูจน์ว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ อยู่ที่ตัีวเราเองต่างหาก

5. บทเรียนหน้าจอ

ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นว่าเราเป็นนักทำงานหน้าคอมตัวยง ช่วงเวลาแรกๆ ที่แทบไม่ได้แตะคอม ทำเอาระบบหัวใจสั่นรวน สภาพจิตใจย่ำแย่ ต่างจากช่วงเวลาหลังที่ได้กลับมาโลดแล่นที่หน้าคอมอีกครั้ง

แต่ในมุมหนึ่งก็ได้เห็นชีวิตหน้าคอมที่น้อยลง สายตาที่มองต้นไม้ ท้องฟ้า ทะเล มากขึ้น ทำให้หัวใจเราเหมือนได้พักและมีกำลังขบคิดอะไรใสขึ้น มันก็คืออีกคำเตือนแห่งความพอดีสำหรับเวลาหน้าจอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน “ความพอดี” ก็เป็นอะไรที่คู่ควรเสมอ

6. บทเรียนหน้าบ้าน

ที่บางสะพานรอบบ้านเปิด เป็นพื้นที่กว้างสำหรับวิชานอกบ้านที่เหมาะมาก  ช่วงแรกของผู้ใหญ่และเด็กกรุงฯ ต้องอาศัยเวลาในการสร้างความคุ้นเคยกับกิจกรรมนอกบ้านสักหน่อย  เรายังไม่ค่อยชินกับการเล่นอะไรจากวัสดุธรรมชาติ มันดูน่าจะเป็นเรื่องพื้นๆ นะ แต่กลับเป็นเรื่องยากสำหรับคนกรุงฯ

เราใช้เวลาปรับตัวกันพักใหญ่ กว่าเด็กๆ จะชินและชอบกับกิจกรรมนอกบ้าน สัปดาห์ก่อนกลับนี่ล่ะ ที่เราแทบจะไม่เห็นเด็กๆ เล่นในบ้าน (นอกจากต่อเลโก้จีนและอ่านหนังสือ) ใช้เวลากับรอบบ้าน เก็บไม้ ไล่ตี ขี่จักรยาน กางเต้นท์ เล่นว่าว ฯลฯ  … ค่อยคุ้มที่มาอยู่ริมทะเลหน่อยแฮะ

7. บทเรียนในบ้าน

สาว่าช่วงน้ำท่วมหรือหนีน้ำท่วมจะเป็นโอกาสให้ครอบครัวอบอุ่นกันทั่วหน้า บ้านเราก็เหมือนกัน ในส่วนครอบครัวเล็กของเราก็อยู่ด้วยกันมากขึ้น (อันที่จริงเกือบตลอด) และส่วนของครอบครัวใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนสถานที่ บริบทการใช้ชีวิตของพวกเราจึงเปลี่ยนไปบ้าง ทำให้ได้รู้จักและเรียนรู้กันมากขึ้น

มันก็ปกตินะ ที่เราจะเห็นข้อบกพร่องกันชัดขึ้น เพราะเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการรู้จักกัน แต่สิ่งที่ตัวเองได้(มาก)จากทริปนี้คือ “ข้อดี” และ “ความลงตัว” ของครอบครัวใหญ่ที่อัลลอฮฺจัดให้เรา ความเป็นทีม(ญะมาอะฮฺ) การดูแลใส่ใจ และอะไรต่อมิอะไรที่ได้สัมผัสกันชัดขึ้นจากการเดินทางครั้งนี้ มาชาอัลลอฮฺ  บอกไม่ถูกกับความลงตัวที่อัลลอฮฺให้ ที่เป็นแบบนี้ บ้านนี้ คนนี้ .. มัน “ใช่” เลยล่ะ

และที่ขาดไม่ได้จากบทเรียนในบ้าน ก์คือบทเรียนในครอบครัวเล็กของเรา … นอกจาก “ความลงตัว” ที่เรารู้สึกมาตลอดแล้ว ทริปนี้เราก็ได้เรียนรู้ พูดคุย และผ่านปัญหาร่วมกันมากขึ้น  อัลฮัมดุลิลลาฮฺ มันยิ่งทวีความ “ใช่” ในใจเรา ขอบคุณต่ออัลลอฮฺมาก ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ แต่ใช่มากสำหรับครอบครัวเรา ทุกอย่างที่ออกมาจากการขีดเขียนและการทำงาน ก็มีผลหลักจากความอบอุ่นและความพร้อมในครอบครัว ที่อัลลอฮฺทรงมอบให้เรา  الحمد لله رب العالمين

8. บทเรียนส่วนตัว

ด้วยการเดินทางที่เปลี่ยนสถานที่และบริบท ทำให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นอีกหลายด้าน มันมีรสชาติดีนะ ชีวิตที่ได้เห็นและได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรใหม่ๆ ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเมตตาของอัลลอฮฺ ที่ให้ได้เรา เห็น เรียนรู้ และพยายามที่จะปรับแก้กันไปให้เข้ารูปเข้ารอย ก่อนที่จะกลับคืนสู่พระองค์ในวันหนึ่ง

9. บทเรียนก่อนกลับ

มีอีก “ความลงตัว” ใหญ่ในทริปนี้ ตั้งแต่ตอนที่เราตัดสินใจออกจากบ้านกรุงฯ ไปสู่บางสะพาน ทั้งความสะดวกง่ายดายลงตัว ฯลฯ ที่กล่าวไปในบทความก่อนๆ แล้ว  ก่อนเราไปถึงบางสะพานสัก 2 วันมีพายุ แต่พอเราไปถึง สัปดาห์แรกที่เราอยู่ลมพัดแรงเย็นสบาย คลื่นแรงหน่อยก็เล่นกันริมๆ หาด จนวันอีดที่ลมสงบ ทะเลพร้อมลงเล่น มีวันนึงที่น้ำน้อยจนจับเสฉวนและปูมารวมกันไว้ยี่สิบกว่าตัว ให้เด็กๆ ดูตื่นเต้นกันพักหนึ่ง แล้วก็ปล่อยก่อนกลับบ้าน  เราเจอฝนครึ้มหนักๆ แค่วันเดียวตลอดทริปยาวเกือบเดือน ไม่มีแม้ “พี่พา” หรือ “น้องยุ” มาทักทาย

จนคืนวันก่อนกลับ เราจัดของขึ้นหลังคารถรอไว้ เพื่อจะออกเดินทางยามเช้า คืนนั้นราวตี 3 เสียงลมพัดแรงดังหวูดหวีดทางหน้าต่าง ปลุกคนเกือบทั้งบ้านให้ตื่นมา “อ๋อ น้องยุ มาทักน่ะเอง” เป็นความลงตัวที่เราตัดสินใจกลับโดยไม่รอเจอ “พี่พา” ก่อน รวมถึงเสียงเพลงที่เพื่อนบ้านแบ่งปันมาถึงห้องเราตลอดกลางวันในช่วงสองวันก่อนกลับ ยิ่งย้ำการตัดสินใจกลับของเราให้หนักแ่น่น

และที่น่าปลาบปลื้มมากมายสำหรับการเดินทางครั้งนี้ เมื่อมะหรอมของเราไป ตปท. ช่วงสัปดาห์หลัง อัลลอฮฺก็ส่งมะหฺรอมอีกคนมารับเรา ใช่แล้ว “น้า..” ของเด็กๆ ที่ “คิวเต็ม” เสมอ แต่ครั้งนี้ “มีคิว+เต็มใจ” มารับพวกเรา และขับเครื่องบิน เอ๊ย รถพาเราเดินทางกลับสู่บางกอกน้อยโดยสวัสดิภาพ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ … ขอบคุณค่ะ กัปตัน

แล้วชีวิตการเดินทาง(บนดุนยา)ของพวกเรา
ก็ยังคงเดินต่อไป…
แค่เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนบรรยากาศ
แต่ภารกิจก็ยังคงมีเป้าหมายเดิม โดยคนเดิม

กลับมาเที่ยวนี้ก็เพื่อให้เราค้นพบ “ความดี”
ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งบางครั้งเราลืมไป
พอขาดหายมันไปบ้าง
ก็จะได้นึกถึง และเห็นมันชัดขึ้นไงล่ะ

แต่ยังไงซะ เราก็ยังไม่หายติดใจหรอกนะ
“บางสะพาน” … ฝากไว้ก่อนเถอะ!

หมายเหตุ  เขียนตั้งแต่ก่อนกลับ แต่ไม่สำเร็จ จึงกลับมาเขียนต่อที่เมืองกรุงฯ เพิ่ง(ได้เขียน)จนเสร็จนี่ล่ะ

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Up ↑

%d bloggers like this: