Posted in มุมสะกิดเกลา, PPLคุย

จากสะพาน… สู่บางสะพาน

อุมมุฮัมซะฮฺ

รถตู้.. ที่เรานั่งมุ่งสู่ที่หมายคือบางสะพาน อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ถึงที่หมายเรียบร้อยปลอดภัย พร้อมสำหรับการเล่นน้ำทะเล ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างสงบ และทำอะไรที่อยากทำยามหยุดพักผ่อนยาวๆ

ที่เชิงสะพาน.. เราเห็นสภาพผู้คนที่วุ่นวายชุลมุน บ้างก็ขึ้นรถทหารเพื่อไปยังที่หมาย บ้างก็นัดพบกันที่นั่น เด็กวัยรุ่นแต่งตัวตามสภาพปกติที่เป็นกัน เกาะกลุ่มหญิงชายตามสภาพปกติที่เป็นกัน เราก็แต่งตัวตามปกติที่เราแต่งกัน หิ้วของขึ้นพาหนะเป้าหมายคือ “รถตู้”

เรือ.. ที่เรานั่ง ถูกเข็นลากไปตามทางที่เราเคยเดิน มันเป็นตรอกเล็กๆ ที่ลัดเลาะจากซอยริมถนนไปสู่ริมคลองบางกอกน้อยที่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม ตอนนี้มันไม่เหลือสภาพของถนนนั้นแล้ว มองไปก็มีแต่น้ำ .. น้ำ .. และน้ำที่สูงจนทำให้เรือเราล่องไปส่งถึงเชิง “สะพานปิ่นเกล้า”

น้ำ.. ที่อยู่เป็นเพื่อนบ้านเรามาหลายวัน และดูท่าจะไม่ยอมจากเราไปง่ายๆ มีแต่จะยิ่งตีสนิทด้วยระดับน้ำที่สูงขึ้นทุกวี่วัน ทำให้พวกเราตัดสินใจจัดกระเป๋า เดินทางออกจากบ้าน ขนของ ขนคน 17 ชีวิต และแมวอีก 2 ตัวออกมาด้วย “เรือ”

นี่ก็คือ “น้ำ” ที่อัลลอฮฺทรงส่งมาเพื่อเปลี่ยนรูปแบบชีวิตการเดินทาง(บนดุนยา)ของเราในช่วงนี้ ส่งชีวิตพวกเราจากสะพานปิ่นเกล้าสู่บางสะพาน…  และเหตุการณ์แต่ละย่อหน้าก็คือบันทึกในความทรงจำ ซึ่งเหตุการณ์หลังสุดในบันทึกมักจะชัดเจนเสมอ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เมื่อเวลาผ่านไปก็ยิ่งเลือนรางลงเรื่อยๆ แล้วเราก็จำได้แค่ช่วงเวลาแห่งความสุขตอนท้าย เกือบลืมนึกถึงเหตุการณ์แห่งความยากลำบากก่อนหน้านั้น … นี่แหล่ะ สภาพของมนุษย์ผู้หลงลืม! (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองพวกเราให้พ้นจากสภาพนี้)

ในเมื่อเราอยากผ่านเรื่องนี้ไปในสภาพผู้ศรัทธาที่ยอมรับและเรียนรู้จากเรื่องราวชีวิตที่เกิดขึ้น เราก็จะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์สุดท้ายเท่านั้นที่ชัดเจนในความคิด… แต่เราจะคิดย้อน ทบทวน และเก็บเกี่ยวอะไรที่เกิดขึ้นไว้ เพื่อดำเนินชีวิตอย่างดีขึ้นในวันข้างหน้า อินชาอัลลอฮฺ

ย้อนภาพกลับไปตอนที่เราตัดสินใจออกจากบ้าน… มันคือช่วงเวลาที่ทำให้เราได้รู้จักตัวเองจริงๆ คำพูดง่ายๆ ที่เราคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนยึดติดวัตถุก็ได้ถูกตีแผ่ให้ตัวเองรู้ชัดตอนนี้แหล่ะว่า เราเสียดายและหวงแหนวัตถุแค่ไหน (อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ) นี่แหล่ะที่อัลลอฮฺบอกว่าจะทดสอบบ่าวเพื่อให้รู้จักตัวเอง เป็นอีกครั้งในชีวิตของการเรียนรู้ที่จะตัดใจจากสิ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺจริงๆ นี่กับแค่ทรัพย์สมบัติบางอย่างนะ นึกถึงว่าเมื่อชีวิตเราจะถูกเรียกคืนแล้วถ้าเรายังยึดติดหวงแหนอยู่ คงเป็นสภาพที่ไม่น่าดูเชียว (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองเรา)  … แล้วเราก็ตัดใจจากทรัพย์สมบัติเหล่านั้นออกมา ด้วยความเสียใจที่ได้รู้จักตัวเองในสภาพที่แท้จริง T – T

ขณะที่เรือกำลังล่องท่องน้ำออกมา เห็นบ้านเรือน ถนนหนทาง รถ และนานาสิ่งก่อสร้างที่จมหายแล้วใจหายตาม มันคือความเมตตาของอัลลอฮฺอย่างมากมายที่เราใช้ชีวิตบนถนนแห้งๆ อยู่ทุกวี่วันเป็นหลายสิบปี ปกติก็ว่าเราขอบคุณอัลลอฮฺแล้วนะ แต่พอเห็นสภาพเช่นนี้แล้วอยากจะขอบคุณอัลลอฮฺให้มากๆ สุดๆ กับช่วงเวลาแห่งความเมตตาที่ผ่านมา … แต่ก็นี่ล่ะนะ เราก็เพิ่งรู้สำนึกถึงความเมตตาของอัลลอฮฺในยามที่ทรงให้ได้เห็นแล้วว่า เมื่อพระองค์จะทรงเรียกคืน ก็ง่ายดายแค่นี้เอง

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงออกจากพื้นที่น้ำแรกๆ ก็เห็นสภาพผู้คนที่ใช้ชีวิตปกติ จนมาถึงพื้นที่ไร้เงาน้ำ ก็เห็นสภาพผู้คนที่ใช้ชีวิตปกติอีก … อัลลอฮฺให้น้ำท่วมกรุงฯ ที่ว่าเจริญและแน่ขนาดนี้แล้ว จะคิดอะไรกันได้บ้างมั้ยเนี่ย… ก็ได้แต่สมเพชคนอื่น ขณะที่ตัวเองก็ได้คิด คิด คิด และก็โคดคิด กับอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น “อินนาลิลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน.. แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราต้องกลับคืนสู่พระองค์” … ซาบซึ้ง แทรกซึม ซึมซาบ เข้าในใจลึกกก… อย่างบอกไม่ถูก “ในตอนนี้”

และเพราะไม่อยากให้มันเป็นแค่ “ตอนนี้” ที่ได้คิด จึงต้องรีบบันทึกและแบ่งปันให้ช่วยกันคิด ใคร่ครวญ และตักเตือนกันต่อไป อย่าให้เป็นอีกบทเรียนในชีวิตที่ผ่านมาแล้วจางไป … ขอต่ออัลลอฮฺทรงโปรดคุ้มครองพวกเราจากสภาพของบ่าวที่หลงลืม ขอทรงโปรดให้พวกเราอยู่ในหมู่ปวงบ่าวที่รำลึก ขอบคุณ นอบน้อม และได้รับความโปรดปรานจากพระองค์…

                                                                                จ.31ต.ค.54 / หยุดราชการเฝ้าระวังน้ำท่วมกรุงเทพฯ

ขอบคุณภาพประกอบจาก innnews.co.th

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom