Posted in ไม่มีหมวดหมู่

“ค่ายครอบครัว” ครั้งแรกในชีวิต

เรามีกิจกรรมที่เรียกว่า “ค่ายครอบครัว” เล็กๆ เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เมษายน ถึงจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
(ใช้เวลาและกำลังภายในนานมากกว่าจะได้เรียบเรียงเล่าออกมาได้)

พวกเรายกขบวนสิบกว่าครอบครัวไปสัตหีบกัน บ้างเดินทางตั้งแต่สาย บ่ายวันศุกร์ บ้างไปถึงกลางดึก บ้างตามไปเช้าวันเสาร์  โดยไปพักกันที่ เรือน น.ย.4 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หาดแสมสาร เป็นเรือนแถวห้องแอร์ ห้องน้ำในตัว เรียงกัน 14 ห้อง  น่าเสียดายที่ช่วงนั้นมีฝน แมงกะพรุนเต็มหาด ทั้งแบบตายแล้วและยังยุกยิกยุบยับอยู่ เด็กๆ เลยอดเฝ้าเล่นน้ำทะเล หลังจากที่ลงแล้วโดนแมงกะพรุนกันไปคนละรอบสองรอบ  ดีที่มีครอบครัวหนึ่งในทริปไปสำรวจพบสระว่ายน้ำ และเจรจาให้เด็กๆ สามารถใส่ชุดธรรมดาที่ไม่ต้องเปิดเอาเราะฮฺลงเล่นได้ งานนี้เลยเล่นน้ำสระกันสนุกแทน

เช้าวันเสาร์ เริ่มกิจกรรมที่เราวางแผนกันไว้ ออกเดินทางประมาณ 9 โมง ขับรถต่อเป็นขบวน เพื่อไปเยี่ยมชมศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา เมื่อเข้าไปห้องรับรองเพื่อพูดคุยก่อนที่จะเยี่ยมชม เราก็ได้สร้างความประทับใจให้กับเจ้าหน้าที่หลายเรื่องด้วยกัน

ทั้งการแต่งกายของมุสลิมะฮฺที่เหมือนเป็นเครื่องแบบ ครอบครัวที่เดินมาด้วยกันพ่อแม่ลูก พอมาถึงที่นั่งท่านชายนั่งหน้า ท่านหญิงนั่งหลัง แบ่งกันโดยอัตโนมัติ และยังมีกองทัพเด็กเล็ก (ขอย้ำว่าเล็ก) อีกจำนวนมาก แต่เนื่องจากเพิ่งไปถึง เครื่องยังไม่ติด จึงยังไม่มีการส่งเสียงปั่นป่วนเท่าใดนัก (รอบก่อนกลับนี่ไม่ต้องพูดถึง)  หลังจากพูดคุยกันสักพัก เราก็ได้รับคำเชิญให้เข้าเยี่ยมชมภายในศูนย์ซ่อมได้ โดยที่ทุกคนสมัครใจไปกันหมด

เดินขึ้นไปดูด้านในเครื่องบินที่กำลังซ่อม

กับตันดุอาอฺและกับตันมิมบัร

จบจากศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา เรากลับมาตั้งหลักพักผ่อน ทานอาหารกลางวันและละหมาด ช่วงบ่ายบรรดาคุณพ่อปล่อยให้คุณแม่และลูกน้อยพักผ่อน จึงไปตั้งวงริมหาดพูดคุยกันตามประสาหนุ่มๆ (ไม่โสด) เรื่อง “ลูกๆ ของพวกเราในอีก 15 ปีข้างหน้า” (แต่แอบมีบางบ้านที่คุณพ่อเป็นฝ่ายพักผ่อนแทน)

พอเริ่มบ่ายแก่ เราออกเดินทางไปอีกเป้าหมายหนึ่งซึ่งยังไม่ได้ไปคือ สถานอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ไปดูเต่าๆๆ ในบ่อๆๆ เด็กๆ สนุกสนานปีนดูทุกบ่อ แม้จะเหมือนกันก็เหอะ  พอจะไปดูเรือจักรีนฤเบศด้วยก็ไม่ทัน ไม่เป็นไร เราเลี้ยวรถกลับที่พักอีกครั้ง

ค่ำของวันนั้น เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อบ้านจะดูแลลูกให้ ปล่อยให้คุณแม่คุยกันตามประสาหญิงๆ เรื่อง  “ลูกๆ ของพวกเราในอีก 15 ปีข้างหน้า” รู้สึกว่ากิจกรรมนี้จะเป็นที่ประทับจิตประทับใจของทั้งคุณพ่อและคุณแม่มาก เพราะทั้งสองวงคุยกันยาววว ราวกับวางอนาคตให้ลูกถึง 50 ปีข้างหน้าเชียว เปล่าหรอก เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แง่คิด กำลังใจอะไรมากมายเกินคาด  ถึงแม้ช่วงที่คุณแม่คุยกัน คุณพ่ออาจไม่ค่อยประทับใจเพราะลูกบางบ้านไม่นอน คุณพ่อนอนดึก แต่โดยรวมก็ถือว่า วงพูดคุยนี้เป็นไฮไลท์ของค่ายเลยล่ะ

ตัดมาที่เช้าวันอาทิตย์ เรามีกิจกรรมให้เด็กๆ และผู้ใหญ่จากต่างครอบครัว ได้รู้จักสัมพันธ์กัน โดยมีผู้ใหญ่ใจดีประจำฐานถึง 22 ฐาน (ถ้าจำไม่ผิด)  เราจับคู่เด็กโตเด็กเล็ก แล้วให้พี่ดูแลน้องพาไปเข้าฐานเพื่อสะสมกระดาษที่ปั๊มตัวการ์ตูนไว้ แต่ละฐานที่เข้าไปให้เด็ก  (1) ให้สลาม  (2) แนะนำตัว  (3) ผู้ใหญ่แนะนำตัว  (4) ทำกิจกรรมในฐาน  (5) ถ้าเด็กบอกชื่อผู้ใหญ่ได้ จะได้กระดาษที่มีรอยปั๊มไว้ใส่ในกระเป๋าห้อยคอ  (6) เด็กกล่าวญะซากัลลอฮุค็อยรอน และให้สลามก่อนเปลี่ยนฐาน

กิจกรรมในฐานมีหลากหลาย เช่น บอกชื่อสัตว์บก 5 ชนิด, เล่นบาสเกตบอล, เล่นกอล์ฟ, เตะฟุตบอล, ปิดฝาขวดน้ำ, ต่อจิ๊กซอว์, ลากจุดต่อจุด, ผูกเชือกรองเท้า, ติดกระดุมเสื้อ, ตากผ้า, ท่องอะลีฟบาอฺตาอฺ, อาบน้ำละหมาด, ท่องฟาติหะฮฺ, ท่องดุอาิอฺ, วัดน้ำใจให้แบ่งของ ฯลฯ  เนื่องจากฐานมีเกินเด็ก ดังนั้นเราจึงเห็นผู้ใหญ่ที่เป็นฐานเดินเรียกเด็กเป็นเรื่องปกติ  ตามไปดูบรรยากาศบางส่วนกันเลยยย

เด็กชายอุบัยยฺในฐานอาบน้ำละหมาด

เด็กตาละห้อยในฐานดูตราหะล้าล(แล้วไม่ได้กิน)

บาสเก็ต+บอลริมทะเล

ช่วงท้ายของกิจกรรม ฝนตกเล็กๆ เราจึงอพยพฐานมาเล่นกันต่อที่หน้าห้องพัก ตรงนี้ที่เคยเงียบจึงชุลมุนราวตลาดสดเมื่อผู้ใหญ่ประสานเสียงเรียกเด็กๆ เข้าฐานในช่วงเวลาสิบนาทีสุดท้าย ไปดูบรรยากาศกันต่อค่ะ

ฐานกอล์ฟของอากอล์ฟ

จบกิจกรรมนี้ เด็กๆ ได้รู้จักผู้ใหญ่ในทริปมากขึ้น ได้สนิทกับเด็กที่เป็นคู่มากขึ้น และผู้ใหญ่ก็ได้รู้จักเด็กๆ และเห็นภาพน่ารักๆ ของพี่ๆ หลายคนที่ดูแลน้องได้อย่างน่าประทับใจจริงๆ

หลังจากอาหารกลางวัน ละหมาด และพักผ่อนกันแล้ว ช่วงบ่ายแก่หลายครอบครัวก็พาเด็กๆ ไปเล่นน้ำสระกัน รอเวลาทำกิจกรรม  ตามเดิมเราตั้งใจจะเล่นแรลลี่เลอะๆ ริมหาด แต่วันนั้นเป็นวันสุดสัปดาห์ที่คนมานั่งริมหาดกันเยอะมาก ผู้จัดจึงเปลี่ยนแผนเป็นแรลลี่ครอบครัวเล็กๆ หน้าที่พักแทน

.

กิจกรรมแรลลี่ครอบครัวช่วงเย็น แบ่งครอบครัวเป็น 3 สี คือ สีขาวจั๊วะ สีขาวมาก และสีขาวจริงๆ (เพื่อเลี่ยงการเป็นขั้วสีใดๆ ทางการเมือง)  ให้เด็กๆ แต่งหน้าคุณพ่อเป็นทหารด้วยสีขาว-เขียวจากสีผสมอาหาร (บางเด็กสับสนกับสังขยา เกือบเอามาทาด้วย)  หลังจากพรางหน้าแล้วก็เริ่มปฏิบัติการกันต่อเลย

ชักเย่อเด็กๆ เรียกรอยยิ้มของผู้ใหญ่และเรียกเหงื่อของเด็ก

วิ่งหาป้ายคำถามริมทะเล มีการแอบดึงธงของสีอื่น เป็นสีสันของแรลลี่

เฉลยคำถามกวน…

วิ่งวิบากป้อนขนม เกมนี้ทำให้รู้ว่า เด็กเล็กอย่างฮูดก็มีความสามารถ(ช่วยรับขนมหลายชิ้น)

แอบมีเกมเล็กๆ สำหรับมุสลิมะฮฺให้เก็บไว้ในความทรงจำด้วย แต่ไม่เอาภาพมาให้ดูหรอก

อาหารค่ำวันนี้ดูแล้วพิเศษสุด เพราะเป็นมื้อทะเลปิ้งย่างใต้แสงจันทร์ (กว่าจะเสร็จก็ค่ำ) เป็นการตอบแทนที่พวกเราอดทนกินข้าวหมก ข้าวมัน สลับไก่ทอดต้มมาหลายมื้อ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอบคุณฝ่ายโภชนาการของค่ายค่ะ

รุ่งเช้าวันจันทร์ ใกล้จะเดินทางกลับแล้วสิ ก่อนจากลาขอมีกิจกรรมพิเศษๆ อีกนิดปิดท้าย ด้วยนะศีหะฮฺมุมมองและข้อคิดดีๆ จาก อาจารย์อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด หรือที่เรียกเก๋ๆ ว่า “อ.อับดุลลอฮฺทอล์ก” อาจารย์ชวนให้พวกเราคิดและได้บทเรียนจากค่ายนี้ นำสู่การขัดเกลาลูกหลานเรา  ระหว่างที่ผู้ใหญ่นั่งฟังนั่งคุย เด็กๆ ก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยวงเล่นทรายอำลาข้างๆ ก่อนเข้าไปแพ็คของกลับบ้านกัน

งานนี้ต้องขออัลลอฮฺตอบแทนความดีมากมายสำหรับทุกผู้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมร่างความคิด ดุอาอฺ และลงมือให้เกิดทริปนี้  โดยเฉพาะครอบครัวคุณสามารถ ที่ช่วยเป็นธุระให้พวกเราตั้งแต่จองที่พัก อำนวยความสะดวก และส่งข้าวส่งน้ำพวกเราหลายมื้อ ขออัลลอฮฺตอบแทนความดีโดยถ้วนทั่ว

และหากเห็นว่ากิจกรรมครอบครัวแบบนี้ น่ามี น่าไป และน่า… แล้วละก็  อย่าลืมดุอาอฺให้เกิดขึ้นและได้เข้าร่วมกันอีกในปีต่อๆ ไป แล้วพบกันค่ะ อินชาอัลลอฮฺ

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s