Posted in ไม่มีหมวดหมู่

(แค่)ผ้าคลุมผม

ท่ามกลางสังคมที่ผู้หญิงนิยมนุ่งน้อยห่มน้อย สภาพปะปนชายหญิงมีอยู่ดาษดื่น การพูดคุยหยอกล้อถึงเนื้อถึงตัวเพศตรงข้ามเป็นเรื่องปกติ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจนคนเกือบคิดไปว่า ถ้าทำตัวต่างจากนี้จะอยู่ในสังคมได้ยังไง?

แต่กระนั้นเถอะ ยังมีสตรีบางคนที่ไม่ไยดีกระแสสังคม เพียงแต่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ชอบและควร อะไรคือสิ่งที่เธอควรรักษา แม้ว่าจะต้องวิ่งสวนกระแสสังคมอย่างไร เธอก็ยินดี

สตรีเหล่านั้น คือผู้ดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างระแวดระวัง ประคับประคองจิตใจและการกระทำของเธอให้บริสุทธิ์ ถึงแม้เธอจะรู้สึกโอนเอนไปกับกระแสสังคมไปบ้าง ก็เพียรปรับความรู้สึกให้น้อมรับความดีงามอยู่เสมอ … นั่นคือเธอ “สตรีแห่งทางนำ” ผู้ดูแลรักษาชีวิตให้อยู่ในหนทางแห่งสัจธรรม

หากคุณจะลองมองหาสตรีเหล่านี้ในสังคมทั่วไป คงสังเกตได้ไม่ยากนัก เพราะ …

เมื่อยามที่พวกเธอออกนอกบ้าน ก็จะมี “ผ้า” ผืนหนึ่งปกคลุมเรือนร่างของพวกเธอเสมอ ผ้าคลุมผืนนี้ที่ผู้คนอาจมองผ่านว่าเป็นผ้าธรรมดาที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรถ้าเธอไม่ใส่ แต่สำหรับพวกเธอแล้ว มันมีอะไรซ่อนอยู่มากมายในผ้าผืนนี้

ผ้าคลุมนี้ ช่วยปกคลุมเรือนร่างที่สวยงามของเธอ เป็นปราการด่านแรกจากการรุกรานทางสายตา ซึ่งช่วยลดการรุกรานทางคำพูดและการกระทำตามไปด้วย  ถ้าไม่ได้คลุมผ้านี้ ผู้คนก็มองเห็นเรือนร่างของเธอได้ชัดขึ้นแม้ไม่ได้สวมเสื้อรัดรูป ดังนั้น การคลุมผ้าจึงพรางเรือนร่างได้มากกว่าเสมอ

ผ้าคลุมนี้ ทำให้ผู้คนตัดสินเธอจากความคิดและการกระทำ มากกว่าตัดสินด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามภายนอก  ถ้าไม่ได้คลุมผ้านี้ มันอาจจูงใจให้คนหลงใหลความสวยงามภายนอกของเธอ มากกว่าความรู้และความสามารถในตัว

ผ้าคลุมนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่สรรค์สร้างสังคม รักษาความอายและการสำรวมตนที่สตรีพึงมี  เหมือนเป็นการชวนให้ผู้หญิงที่ชอบแต่งกายน้อยชิ้นได้คิดเปรียบเทียบและรู้สึกมากขึ้นว่า การแต่งกายแบบใดที่คู่ควร

ผ้าคลุมนี้ ไม่ใช่ต้นเหตุกระตุ้นความต้องการของเพศตรงข้าม เมื่อผู้ชายได้พบปะกับผู้หญิงที่แต่งกายน้อยชิ้นย่อมมีโอกาสเกิดความรู้สึกได้มากกว่าสตรีที่คลุมผ้าเป็นแน่

ผ้าคลุมนี้ ทำให้ผู้คลุมรู้สึกถึงความสงบสำรวมที่คู่ควรกับผ้าผืนนี้ อยากเป็นสตรีที่มีค่า ไม่อยากสุงสิงกับชายแปลกหน้า ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใคร  ถ้าไม่ได้คลุมผ้านี้ เธอก็อาจไม่รู้สึกเคอะเขินที่จะทำอะไรไม่เหมาะ และฝ่ายชายก็อาจไม่รู้ว่าเธอเป็นสตรีมุสลิมที่ต้องมีขอบเขต ไม่ประชิดตัว

ผ้าคลุมนี้ เตือนว่าเธอคือสตรีมุสลิม จะไม่ทำสิ่งที่ผิดหลักการศาสนา และเธอคือผู้ที่คนอื่นมองในฐานะตัวแทนของอิสลาม ถ้าทำไม่ดี คนอาจเข้าใจอิสลามผิด เธอจึงระมัดระวังและพยายามทำแต่สิ่งดี

ผ้าคลุมนี้ คือเครื่องหมายว่าเธอนับถือศาสนาอิสลาม เมื่อเธอทำดี ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า อิสลามสอนให้เธอเป็นคนดี จึงเป็นการเผยแผ่อิสลามไปในตัว  ผ้าคลุมนี้อาจทำให้ผู้อื่นประทับใจ มองว่าอิสลามดี เห็นด้วยกับอิสลาม หรืออยากเข้ารับอิสลามก็เป็นได้

ผ้าคลุมนี้ ทำให้รู้สึกว่ามีสายสัมพันธ์พิเศษมาเชื่อมโยงผู้ที่คลุมผ้าเข้าด้วยกัน แม้ต่างถิ่นต่างภาษา แม้ไม่เคยรู้จักกัน เมื่อพบเจอกันก็อยากทักทาย ให้สลาม อยากพูดคุย อยากช่วยเหลือ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ก่อเกิดจากความศรัทธาเท่านั้นเอง

ผ้าคลุมนี้ สำหรับสตรีมุสลิมแล้ว ไม่ใช่แค่ผ้าคลุมผม แต่เป็นผ้าที่คลุมเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นเจ้าของชีวิตเธอ ผู้ทรงวางหลักการอิสลามไว้ให้เป็นระบอบการดำเนินชีวิตของเธอ ผู้ทรงรู้รอบว่าการปกคลุมเรือนร่างเช่นนี้จะมีผลดีต่อตัวเธอและสังคมอย่างไร เพราะผ้าคลุมผมนี้ คือ “หิญาบ” ตามหลักการของอิสลาม จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่เธอยืนยันและยืนหยัดที่จะคลุมผ้าผืนนี้ ไม่ว่าสถานที่และเวลาใด

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความคิดเล็กๆ ที่ต้องการสื่อว่า หิญาบ ของสตรีมุสลิม ไม่ใช่แค่ผ้าคลุมผม ที่ทำเพราะแค่อยากทำ หรือทำตามวัฒนธรรมของใคร เราอยากจะตะโกนบอกดังๆ กับทุกคนในสังคมว่า ถ้าเป็นสตรีมุสลิมก็ต้องคลุมผม” เหมือนกับที่สังคมเข้าใจว่า “มุสลิมไม่กินหมู”

นั่นสินะ ทำไมคนที่มองว่า “มันก็แค่ผ้าคลุมผมน่าจะถอดได้ไม่มีปัญหา” ไม่มองในทางกลับกันบ้างว่า ถ้ามันเป็น แค่ผ้าคลุมผม” จริงๆ ก็น่าจะ “ใส่ได้ ไม่มีปัญหา” เหมือนกัน!!!

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom