Posted in PPLคุย

บ้าน… เรียนอิสลาม


ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่สนใจ บ้านเรียน (homeschool) หรือที่ภาษาทางการเรียกว่า การจัดการศึกษาโดยครอบครัว … หลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลจนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ช่วงนี้อยู่ระหว่างวางแผนและลองผิดลองถูกกับลูกชายคนโตอยู่ค่ะ

“บ้านเรียน” สำหรับผู้เขียน เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกพิเศษอย่างบอกไม่ถูก  ด้วยคำว่า “บ้าน” ที่มีสัมผัสแห่งความรักใคร่ เมื่อผนวกกับคำว่า “เรียน” ที่ไม่ได้ถูกจำกัดเวลาและสถานที่ แต่ถูกรวมไว้ในบ้านอันอบอุ่น ยิ่งเพิ่มความนุ่มนวลน่าหลงใหลมิใช่น้อยเลยล่ะ

สำหรับผู้ที่สนใจบ้านเรียน ควรเริ่มต้นด้วยการ หาข้อมูล ว่า บ้านเรียนคืออะไร ทำไมถึงทำ ใครเคยทำแล้วเป็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ล้วนเป็นองค์ประกอบการตัดสินใจทั้งนั้นค่ะ  แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ต้อง เริ่มลงมือ วางแผนและลองทำจริงด้วย  ถ้าหากเรามุ่งหาข้อมูลไปเรื่อยๆ แต่ไม่เริ่มลงมือ ก็จะไม่ได้คำตอบของตัวเองสักที  ข้อมูลนั้นช่วยให้เราเห็นแนวทางการปฏิบัติ ซึ่งสุดท้ายแล้วแต่ละครอบครัวก็ต้องมี “รูปแบบ” ของตัวเอง ต้องอาศัยการทดลองระยะเวลาหนึ่ง เพื่อค้นพบความเหมาะสมลงตัว จะหวังลอกเลียนแบบใครทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ด้วยปัจจัยนานัปการที่ทุกครอบครัวไม่เหมือนกัน  สิ่งที่จะช่วยให้เรามั่นใจในการตัดสินใจและประสบผลสำเร็จก็คือ ดุอาอฺ และ อิสติคอเราะฮฺ เรื่อยๆ เสมอๆ

บางครอบครัวในต่างประเทศ ทำบ้านเรียนเพราะเกรงว่าลูกอาจประสบกับอาชญากรรมในโรงเรียน ในประเทศไทยพ่อแม่ก็มักจะกังวลถึงภัยคุกคามทางเพศ  บางครอบครัวทำบ้านเรียนเพราะไม่เชื่อมั่นในระบบการจัดการศึกษาของโรงเรียน ระบบการศึกษาที่ถูกวางรูปแบบสำหรับเด็กหลายคนต่อชั้นเรียน ย่อมไม่เหมือนกับการศึกษาที่ถูกจัดเพื่อรองรับความถนัดของเด็กแต่ละคน  และเหตุผลของครอบครัวที่ทำบ้านเรียนส่วนมาก ในต่างประเทศ ก็คือการปลูกฝังศาสนาที่ตนนับถือให้ลูก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวชาวคริสต์ที่เคร่งครัด ส่วนหลายครอบครัวในไทยก็ทำบ้านเรียนวิถีพุทธ  ตรงนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ลูกหลานมุสลิมเราจำนวนมากที่เรียนในโรงเรียน ต้องต่อสู้เรียกร้องให้สามารถปฏิบัติตามหลักการอิสลามได้ เช่น คลุมหิญาบ ขอห้องละหมาด ไม่ร่วมพิธีต่างศาสนา ฯลฯ  ขณะที่บ้านเรียนเป็นช่องทางหนึ่งที่หลบเลี่ยงปัญหาเหล่านี้

ข้อดีของบ้านเรียนมีหลายประการ เช่น วิธีการเรียนรู้ที่ตรงใจต้องการ หลักสูตรที่ยืดหยุ่นเหมาะกับเด็กแต่ละคน ห้องเรียนและเวลาเรียนที่ไม่ถูกตีกรอบ แนวคิดค่านิยมที่เราสามารถสอดแทรกอยู่ในการเรียนรู้ของลูกได้ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะคลุมหิญาบไม่ได้ ใครจะมาห้ามลูกละหมาด ลูกจะกินของหะล้าลไหม จะคบเพื่อนแบบใด ฯลฯ  และที่ผู้เขียนชอบที่สุดก็คือ เราได้เคียงข้างคอยชี้แนะลูกด้วยตัวเอง ในแต่ละสถานการณ์ที่ดีและไม่ดี เราสามารถชี้แนะลูกได้ทันทีว่า อันนี้ใช่ อันนั้นไม่ใช่ ไม่ควรทำนะลูก

แต่แน่นอนว่า ทุกอย่างย่อมมีสองด้านค่ะ จุดอ่อนที่บ้านเรียนมักจะถูกโจมตีก็คือ เด็กบ้านเรียนขาดสังคม อันนี้ผู้เขียนมีคำตอบที่ชาวบ้านเรียนมักจะใช้กัน คือ เด็กในโรงเรียนจะมีสังคมของเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ถูกรวมไว้ในห้อง เสมือนเป็นสังคมจำลองให้เด็กหัดปรับตัวเข้าหากัน  แต่ชาวบ้านเรียนบอกว่า เด็กควรได้เข้าสังคมกับคนหลากวัยในชีวิตจริง การเรียนที่บ้านเขาก็ได้พบปะกับคนหลากหลายวัย ไม่ใช่สังคมที่รวมเฉพาะเด็กรุ่นเดียวกัน ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำตอบนี้ แต่ก็ตระหนักว่าการได้ปรับตัวกับเด็กวัยเดียวกันก็เป็นสิ่งสมควรยิ่งค่ะ พี่น้องบางท่านที่ลูกเคยเรียนในโรงเรียนก็เห็นว่าลูกมีปัญหาการเข้าสังคมเมื่อทำบ้านเรียน  ประเด็นนี้เป็นการบ้านหลักของชาวบ้านเรียน ต้องให้ลูกได้หัดเข้าสังคมกับเด็กวัยเดียวกันด้วย

ผู้เขียนเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูลูกได้อย่างน่าประทับใจว่า วิธีการเลี้ยงดูลูกนั้นมีสารพัดวิธี ผู้เขียนได้ให้คำแนะนำหลายวิธีเพื่อให้ผู้อ่านเลือกใช้วิธีที่เรารู้สึก สบายใจ” และเหมาะสมกับลูกของเรา … ใช่ค่ะ ความสบายใจ เป็นอะไรที่ช่วยให้เรา “เต็มใจทำ” และจะ “พยายามทำ” มันให้ดีที่สุดด้วย

ดังนั้น ถ้าเราเลือกบ้านเรียนแล้วก็เดินหน้าต่อไป แต่ก็ขอให้ทำใจรับได้เมื่อวันหนึ่งมันไม่ใช่คำตอบสำหรับครอบครัวของเรา  และถ้าเราเลือกส่งลูกไปโรงเรียน ก็อย่าได้คิดว่าภาระพ้นไปแล้ว เพราะหน้าที่ปลูกฝังอบรมลูกก็ยังเป็นของพ่อแม่นะคะ ไม่ใช่ครู!

Advertisements

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom