Posted in PPLคุย

เรื่องเด็กๆ

ผ่านมาเกือบ 5 ปีกับบทบาทของความเป็นแม่ ช่างเป็นเวลาที่รวดเร็วจนเกือบปรับตัวไม่ทัน ผู้เขียนชอบศึกษาตำราจิตวิทยาเกี่ยวกับเด็ก แต่ก็ไม่พบเล่มไหนที่เป็นคำตอบสำเร็จรูปได้สำหรับเด็กทุกคน อ่านแล้วก็ต้องเลือก ต้องลองผิดลองถูก แล้วก็ปรับแก้กันไป  … อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ตอนนี้อัลลอฮฺทรงให้มีมุมมองบางประการที่อาจเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อ คุณแม่ คุณครู และคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่ต้องสัมพันธ์กับเด็กๆ นำมาฝากกันค่ะ

1. ยอมรับและขอบคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ที่ประทานเด็กๆ เหล่านี้ให้เป็นลูก หลาน หรือลูกศิษย์ของเรา  ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพศใด หน้าตาเป็นอย่างไร บุคลิกลักษณะอย่างไร ถึงจะซ้นซน เสียงดัง กินเก่ง พูดน้อย ฯลฯ เราก็ยินดีที่จะยอมรับพวกเขา นี่คือขั้นตอนแรกที่จะช่วยให้เราสามารถปฏิบัติข้อต่อๆ ไปได้ดีค่ะ

2. ทำใจรับธรรมชาติของเด็ก เด็กๆ มักจะทำอะไรเลอะเทอะ ทำนู่นทำนี่ช้า(ก็แน่ละสิ เด็กเพิ่งหัดนี่เนอะ)  พูดครั้งเดียวไม่รู้เรื่อง(ต้องสอนซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง)  อะไรต่อมิอะไรที่มักทำให้ผู้ใหญ่ผู้เก่งกาจอย่างเราต้องหัวเสีย  นี่ล่ะค่ะ คือธรรมชาติของเด็กที่เราต้องยอมรับและให้โอกาส ใจเย็นกับพวกเขาสักนิดนะคะ

3. ดุอาอฺและดุอาอฺ ทำไมต้องเขียนซ้ำกันด้วย?  เหตุผลแรกก็เพราะว่า เราควรจะขอดุอาอฺซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรายังอยากได้ดุอาอฺนี้จริงๆ รบเร้าต่ออัลลอฮฺว่าเราอยากได้ตามที่ขอจริงๆ ส่วนอีกเหตุผลที่เขียน 2 ดุอาอฺก็คือ เราต้องขอดุอาอฺให้ลูกหลานเราเป็นคนดี เป็นที่ชื่นตาเย็นใจ และก็ต้องขอดุอาอฺให้ตัวเองด้วยค่ะ ขอให้เราอดทน ใจเย็น มีเมตตา และปฏิบัติต่อเด็กๆ อย่างดีสม่ำเสมอ

4. หามุมหลบไปพัก ไม่ได้หมายถึงมุมในห้องหรือช่วงเวลาที่เรางีบหลับเอาแรงเท่านั้นนะคะ แต่ผู้เขียนขอเน้นมุมพักใจในเวลาละหมาด เป็นมุมที่อัลลอฮฺทรงจัดให้เราแล้ว เพียงแต่เราจะพาหัวใจไปพักในมุมนั้นได้จริงๆ รึเปล่าเท่านั้นเอง

สำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อยอยู่ในวัยวุ่นวาย อาจยากสักนิดที่จะได้ละหมาดอย่างสงบเงียบ แต่ก็ขอให้เราพยายาม  ก่อนละหมาดจัดสิ่งแวดล้อมให้ปราศจากความกังวล ไม่ให้มีสิ่งอันตราย จัดการลูกให้เรียบร้อยสบายตัว แล้วค่อยเริ่มละหมาด พยายามให้หัวใจเราจดจ่ออยู่กับการละหมาดจริงๆ (ขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺช่วยเหลือเรานะคะ) ถ้าหัวใจเราได้เข้าเฝ้าพระองค์อย่างเต็มที่แล้ว เราได้ผละออกไปจากการครุ่นคิดเรื่องเด็กๆ สักพัก หลังละหมาดเราก็พร้อมที่จะพบกับพวกเขาใหม่ ด้วยพละกำลังที่เราเติมมาแล้วตอนละหมาด

มุมพักใจของเราไม่ใช่แค่เวลาละหมาดนะคะ ตลอดเวลาที่เราอยู่กับเด็กๆ แทรกการซิกรุลลอฮฺไปบ้าง ชวนเด็กๆ อ่านและท่องจำอัลกุรอาน โดยหวังว่าอิบาดะฮฺเหล่านี้จะช่วยขัดเกลาหัวใจของเรา ให้อ่อนโยน ให้รำลึกถึงพระองค์ และมีพลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในชีวิตดุนยานี้

5. มองหาความน่ารักของเด็กๆ ข้อนี้ก็คล้ายๆ กับการมองแง่บวกน่ะค่ะ ทุกเรื่องมีทั้งสองด้าน แต่เราควรเน้นชูด้านดีของเด็กๆ ทำดีแล้วรีบชม ให้เขามีกำลังใจ แต่ทำผิดก็สอนนะคะไม่ใช่ปล่อยผ่าน  ธรรมชาติของเด็กๆ ทุกคนมีความน่ารักอยู่ในตัว เมื่อเรามองเห็นความน่ารักของพวกเขาแล้ว ก็จะรู้สึกอยากดูแลพวกเขาตามมา

มีเรื่องอยากเล่าถึงความน่ารักของหลานๆ  หลานบ้านหนึ่งเป็นผู้ชายหมดทั้ง 3 คน พวกเด็กๆ ก็วิ่งเล่นกันตามประสาเด็กผู้ชาย โดยทั้งสามคนมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าใหญ่ หัวหน้ากลาง และหัวหน้ารอง  ส่วนหลานอีกบ้านหนึ่งเป็น 3 สาวที่เพิ่งได้น้องชายเป็นสมาชิกคนที่ 4 หมาดๆ สามสาวจึงแต่งตั้งตนเองเป็น นิใหญ่ นิเล็ก และนิจิ๋ว ตามลำดับ  เห็นมั้ยคะความน่ารักของเด็กๆ พวกเขามีอะไรที่ทำให้ผู้ใหญ่(ที่เคร่งเครียด) อย่างพวกเราอดยิ้มไม่ได้อยู่บ่อยๆ เชียว

และก็เป็นข้อสังเกตทิ้งท้าย คือ พยายามให้รอยยิ้มของเด็กๆ และรอยยิ้มของเรา เป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นพร้อมกันนะคะ เวลาที่พวกเขาเล่นสนุกมีความสุข คือเวลาที่เราจะยิ้มและมีความสุขไปด้วย  ไม่ใช่เวลาที่พวกเขายิ้มสะใจเพราะทำบ้านเลอะ เรากลับโมโหหน้าแดงยิ้มไม่ออก แบบนี้ไม่เอานะคะ

เหล่านี้เป็นมุมมองเล็กๆ ที่นำมาบอกต่อ หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์บ้าง มีที่สำหรับพบปะพูดคุยเรื่องการเลี้ยงลูกได้ ตามไปเจอกันที่เว็บบอร์ดนะคะ http://www.banatulhuda.com/forum หรือไปเยี่ยมบ้านเรียนเล็กๆ ของผู้เขียนได้ที่ https://pplhomeschool.wordpress.com

เพราะเรื่องเด็กๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ เราจึงควรมีญะมาอะฮฺ(กลุ่ม) ไว้ปรึกษาหารือและช่วยเหลือกันค่ะ

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom