Posted in ไม่มีหมวดหมู่

แตกต่าง ไม่แตกแยก

     "แตกต่าง ไม่แตกแยก" … มันเป็นชื่อกิจกรรมในค่ายรุ่น 3 ที่ตัวเองเต็มที่กับมันที่สุด (เนื่องจากรับมาเต็มๆ แค่กิจกรรมเดียว)  เนื้อหากิจกรรมนี้พูดถึงเรื่องทรรศนะทางฟิกฮฺที่แตกต่าง มุมมองของเราต่อทรรศนะที่แตกต่างในการยอมรับ ยอมฟัง ยอมแลกเปลี่ยน แม้ตัวเองจะเชื่อมั่นเต็มที่ต่อทรรศนะหนึ่งทรรศนะใดก็ตาม
     ส่วนที่ประทับใจที่สุดในบรรดาเนื้อหาที่ตระเตรียม ก็ไม่พ้นเรื่องของท่านอิบนุอุมัร และท่านอิบนุอับบาส رضى الله عنهما เศาะหาบะฮฺสองท่านที่ถูกจัดอยู่ในระดับผู้ให้ฟะตะวาปัญหาศาสนาจำนวนมาก แม้ทั้งสองท่านจะมีบุคลิกภาพและธรรมชาติที่แตกต่างกัน ท่านอิบนุอุมัรเป็นคนที่เข้มงวด และท่านอิบนุอับบาสเป็นคนที่ผ่อนปรน 
 
     ท่านอิบนุอุมัรไม่เข้าใกล้เด็กๆ เพื่อว่าน้ำลายของพวกเขาจะไม่เปื้อนตัว แต่อิบนุอับบาสกลับกอดพวกเขา จูบพวกเขา เขากล่าวว่า นี่คือกระเพราที่ฉันได้ดมมัน
     ในพิธีหัจญ์ ท่านอิบนุอุมัรเบียดเสียดไปที่หินดำจนเกิดบาดแผลและมีเลือดไหลออกมาขณะเฏาะวาฟ มีคนถามเขาว่าทำไมท่านทำอย่างนี้? ทิ้งสิ่งที่ท่านทำให้กับคนที่มาก่อนท่าน จากอัฟริกาและจากแดนไกลอื่นๆ มิได้หรือ เขากล่าวว่า หัวใจทั้งหลายจดจ่ออยู่กับมัน ดังนั้น ฉันรักที่จะให้จิตใจของฉันอยู่กับพวกเขา เมื่อเขาเห็นผู้คนเบียดเสียดกัน เขาจึงต้องการที่จะเบียดเสียดกับพวกเขา  แต่ท่านอิบนุอับบาสกล่าวว่า "จะต้องไม่ก่ออันตราย จะต้องไม่เป้นอันตราย"
     (จากหนังสือ ความขัดแย้งทางฟิกฮฺ ความแตกต่างที่ต้องอาศัยความเข้าใจ")
 
     นี่คือบางเรื่องที่เห็นต่างของทั้งสองท่าน ลองนึกภาพดูสิว่า ทั้งสองเป็นนักฟะตะวาปัญหาจำนวนมาก แน่นอนว่าย่อมจะมีปัญหาอื่นๆ อีกล่ะที่เห็นต่าง แต่เราก็ไม่ได้กลิ่นอายความแตกแยกในหมู่พวกท่าน ما شاء الله
 
     กลับมามองยุคเราบ้าง ขอไม่แตะความขัดแย้งเรื่องฟิกฮฺ แต่จะดูความขัดแย้งทั่วๆ ไปที่เกิดจากความแตกต่างทางธรรมชาติของมนุษย์ บุคลิกภาพต่าง นิสัยต่าง แนวคิดต่าง ทัศนคติต่าง ฯลฯ  มันเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องเรียนรู้และปรับตัวกันไปเรื่อย ตราบใดที่มันไม่ขัดต่อหลักการแล้ว เราก็สามารถมองมันได้ว่าคือธรรมชาติของเขา เรียนรู้ที่จะรับ ปรับตัว และปรับหัวใจให้เข้ากัน  ถ้าเรารักเค้าจริง เราคงไม่บีบบังคับให้เค้าเปลี่ยนธรรมชาติของตัวเอง ตราบที่มันไม่ผิดหลักการ แต่คือการยอมรับปรับตัวเข้าหากันได้ ใช่มั้ย?
 
     หลายๆ ครั้งที่ได้รับคำตำหนิบ้าง ตักเตือนบ้าง الحمد لله  หลังๆ นี้อัลลอฮฺทรงช่วยเหลือให้นิ่งฟังนิ่งรับมาได้ แล้วค่อยกลับมาขลุกคิดว่าที่เค้าว่านั้นจริงมั้ย อย่างไร แล้วจะปรับแก้ตรงไหนได้บ้าง  แต่ที่มักจะประสบบ่อยครั้งและเซ็งกับมัน ก็คือเสียงคอมเมนต์ที่ลอยมาตามสายลมหาต้นตอมิได้ ไม่ใช่ต้องการหาตัวคนตำหนิเพื่อต่อว่า แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเค้าไม่มาถามเราถึงรายละเอียดที่ไปที่มา ทำไมเค้าไม่มองในมุมเราบ้าง ทำไมๆๆ บางทีมันก็คิดกลับไปกลับมาวนไปวนมา แล้วก็ได้แต่แอบบ่นว่า มันไม่ค่อยยุติธรรมปะเนี่ย
 
     สุดท้ายก็คือคำนะศีหะฮฺที่อยากฝากเพื่อตักเตือนตนเองและพี่น้อง คือ การตักเตือนกันตรงๆ โดยอาศัยโอกาสและคำพูดที่เหมาะสม มันจะทำให้เราได้รับข้อมูลจากผู้ที่เราตักเตือนด้วยว่า ที่เรามองเค้าน่ะจริงเท็จแค่ไหนอย่างไร  มันคือการตักเตือนที่เปิดรับและให้โอกาสกับผู้ถูกตักเตือนจริงๆ และเป็นการฟ้องด้วยว่าที่เราตักเตือนนั้นเพื่อหวังให้เค้าเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพื่อแพร่กระจายข้อเสียของเค้าแต่อย่างใด

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s