แรงรัก

เคยได้ย้อนมองสภาพชีวิตตัวเอง แล้วก็ตกใจกับความเหือดแห้งทางจิตวิญญาณ

ทั้งที่ยังละหมาด อ่านอัลกุรอาน … แต่ทำไมนะ?

ละหมาดไม่เอร็ดอร่อยเหมือนบางเวลา

การอ่านอัลกุรอานไม่หอมหวานเหมือนบางครา

ซิกรุลลอฮฺไม่เพียงแต่ห่างจากหัวใจ มันไม่ผ่านริมฝีปากเลยด้วยซ้ำ

นี่หรือคือสภาพของผู้ศรัทธาที่หวังในสวนสวรรค์อันราคาแพงของอัลลอฮฺ!

(ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษและคุ้มครองพวกเราจากสภาพเช่นนี้)

 

แต่ในบางเสี้ยวของชีวิต

ก็มีสภาพที่หัวใจแช่มชื้น

ความสัมพันธ์ต่อผู้คนรอบข้างลงตัว

ปัญหาชีวิตหดเล็กลง

ความกระปรี้กระเปร่าชุ่มชื่นในหัวใจทำให้รู้สึกว่าอะไรๆ ก็จัดการได้

แม้จะเคยเป็นเรื่องใหญ่ในยามที่หัวใจเราแห้งเหือดก็ตาม

 

มันไม่ใช่สภาพอื่นใดเลย…

นอกจากในยามที่เรากระตือรือร้นไปละหมาด

ยามที่อิ่มหนำกับการใคร่ครวญและตักตวงบทเรียนจากอัลกุรอาน

ยามที่ได้สลักเกลาหัวใจด้วยถ้อยคำรำลึกถึงพระผู้ทรงเป็นเจ้าของหัวใจ

ยามที่ได้รับความช่วยเหลือจากพระองค์ให้ยันกายเข้าเฝ้าในยามค่ำคืน

ยามที่ทุกการกระทำของชีวิตถูกหล่อหลอมให้เป็นอิบาดะฮฺเพื่อพระองค์

นั่นล่ะ คือสภาพที่สร้างแรงรักต่อพระผู้ทรงเป็นเจ้าของชีวิตเรา

 

ทำอย่างไรหัวใจของเราจึงปรับเปลี่ยนจากสภาพที่เหือดแห้งสู่สภาพที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงรักได้???

ลองย้อนมองชีวิตเราเองดูสิว่า อะไรที่ขาดหายไป แล้วอุดรอยรั่วตรงนั้น

ถ้าเราให้เวลากับอัลกุรอานน้อยลง? ก็เพิ่มสมาธิและใคร่ครวญให้มากขึ้น อาจไม่ต้องเพิ่มเวลาก็ได้

ถ้าเราลุกไปละหมาดอย่างเกียจคร้าน ก็ลองทำเป็นกระตือรือร้นให้มากขึ้น

ถ้าหัวใจเราห่างจากซิกรุลลอฮฺ ก็ให้ปากเริ่มกล่าวเพื่อถ้อยคำเหล่านั้นจะได้ขัดเกลาหัวใจของเรา

ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ ด้วยคำวิงวอนต่อพระองค์อย่างจริงใจ การเปลี่ยนแปลงย่อมมีมา

เติมพลังด้วยการศึกษาชีวิตคนต้นแบบที่ได้รับการรับรองสวรรค์

ให้รู้สึกว่า เรายังห่างจากผู้ที่ได้รับสัญญาราคาแพง จะอยู่เฉยไม่ได้

อยู่ร่วมกับกลุ่มชนที่มีหัวใจนอบน้อม มีคำตักเตือนที่จริงใจ เป็นที่ปรึกษาและดูแลกันได้

สรรหาอ่าน ฟัง บทความ หรือถ้อยคำที่ขัดเกลาและกระตุ้นเตือนหัวใจของเราให้ได้รำลึก ฯลฯ

ถึงแม้ช่วงแรกอาจทำอย่างรู้สึกแห้งๆ แต่ก็ทำต่อไปจนกว่าจิตใจเราจะได้รับการขัดเกลาให้เข้าถึง

 

มันพอจะเป็นไปได้มั้ย หากเราจะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากแรงรักต่อพระผู้ทรงประทานชีวิต

เราจะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ วันๆ ละหมาดตามหน้าที่

แล้วก็วุ่นวายอยู่กับกิจกรรมบนโลกนี้ จนกว่าจะถึงเวลาที่อัลลอฮฺเรียกกลับไป

กระนั้นหรือ???

 

ชีวิตที่ถูกขัดเกลาและขับดันด้วยแรงรัก

ย่อมมีเป้าหมายที่ชัดเจนถึงโลกหน้าอันแสนใกล้

และไม่ยึดติดวุ่นวายกับความจำเป็นที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโลกนี้

ย่อมมีหัวใจที่อบอุ่นเพียงพอต่อความพอพระทัยของพระผู้ทรงอภิบาล

และไม่คาดหวังหรือหวั่นไหวต่อความพอใจของมนุษย์เพียงบางกลุ่ม

ย่อมควบคุมความรักและความสัมพันธ์ต่อบุคคลรอบข้าง

เขาจะไม่รักสามี ไม่รักพ่อแม่ ไม่รักลูก ไม่รักญาติพี่น้อง ไม่รักเพื่อนบ้าน ไม่รักใครต่อใคร

เว้นแต่เมื่อความรักเหล่านั้นอยู่ในกรอบที่พระผู้ทรงเป็นเจ้าของความรักทรงพอพระทัย

เขาจะมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นต่อหัวใจของพี่น้องร่วมศรัทธา

แม้ไม่เคยรู้จักกัน ไม่ค่อยได้พบกัน หรือไม่ค่อยได้คุยกัน ก็สัมผัสและรับรู้ได้

 

ไม่ว่าจะพยายามขีดเขียนร้อยเรียงอย่างไร

คงไม่เพียงพอจะนิยาม แรงรัก แห่งองค์ผู้ทรงสูงส่งได้

ด้วยความเมตตา ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์เท่านั้น

ที่จะทำให้หัวใจของบ่าวคนหนึ่งได้มีโอกาสสัมผัส

ความหอมหวาน ความอบอุ่น ความนุ่มนวล ของหัวใจที่สุขสดชื่นด้วยแรงรัก

หาใช่ด้วยความสามารถของบ่าวเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Up ↑

%d bloggers like this: