Posted in PPLคุย

เด็กกับหน้าจอ

     เรื่องหน้าจอโทรทัศน์-คอมพิวเตอร์กับเด็กเนี่ย มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สอนให้พ่อแม่ต้องเป็นศัตรูกับมันอยู่เรื่อย เพราะเด็กๆ ชอบนักล่ะ หน้าจอที่มีแสงสีเสียงและภาพเคลื่อนไหวดึงดูด ขณะที่พ่อแม่ก็กลัดกลุ้มกับการติดหน้าจอ และไม่รู้จะจัดการยังไงกับพฤติกรรมเหล่านั้น  ขอยกมาตั้งประเด็นถกกัน หาแนวทางแก้ไขจากประสบการณ์ของพี่น้องละกัน (หากคุณลูกๆ จะลองหันไปถามคุณแม่ผู้มากประสบการณ์แล้วมาตอบให้ ก็จะเป็นการดีจ้ะ)

     ผลเสียของการอยู่หน้าจอคงไม่ต้องพูดถึง ค้นหาได้เยอะแยะในเน็ต ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อเสียด้านสุขภาพและการใช้เวลา ซึ่งจริงๆ สำหรับพวกเราแล้วมีข้อเสียใหญ่กว่า คือ เรื่องมะอฺซียัตต่างๆ ที่ถูกยัดเยียดให้เด็กๆ โดยไม่ตั้งตัว

     วิธีกำจัดข้อเสียใหญ่ที่ว่านี้ ก็เห็นจะมีแต่การกลั่นกรองและควบคุมของพ่อแม่ เลือกสื่อที่ดีให้ลูก อยู่ใกล้มือใกล้หูใกล้ตา อย่าให้ลูกอยู่กับสื่อพวกนี้เพียงลำพัง มีอะไรผิดแปลกจะได้รีบจัดการได้ทัน แต่เนื่องจากพวกผู้ใหญ่มักจะใช้หน้าจอคอม-โทรทัศน์เพื่อให้เด็กๆ นั่งติดเก้าอี้ ไม่ซุกซนไปไหน ผู้ใหญ่จะได้มีเวลาส่วนตัวทำอะไรต่อมิอะไร โดยไม่ได้มานั่งข้างๆ .. ถ้าเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่าไม่ได้ใส่ใจจำกัดสื่อที่ให้เด็กดู แบบนี้อย่าปล่อยให้ดูดีกว่า

     ข้อเสียอีกข้อ คือ หน้าจอโทรทัศน์เป็นสื่อที่เด็กรับข้อมูลทางเดียว ไม่ค่อยได้ใช้ความคิด เมื่อดูนานๆ หรือเป็นประจำ ก็ย่อมมีผลต่อระบบความคิดของเด็ก มีคนที่คิดแก้ข้อเสียนี้ได้อย่างน่าสนใจ ในหนังสือ เด็กสองภาษาฯ พ่อเค้าใช้สื่อดีวีดีเพื่อฝึกภาษาลูกด้วย แต่พ่อถือรีโมทเอง และระหว่างที่ดูก็จะหยุดบ้าง เพื่อพูดคุยกัน ลองออกเสียง โต้ตอบ ทำให้เด็กไม่รับสื่อทางเดียว แต่ใช้สื่อเป็นเครื่องมือให้การเรียนรู้น่าสนใจขึ้น ขณะเดียวกันในหนังสือนี้แหล่ะ ก็บอกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่จำกัดเด็กได้ยาก เพราะมีอะไรน่ารู้น่าลองเยอะไปหมด (อาจจะมีผลต่อสมาธิจดจ่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งของเด็กด้วยก็เป็นได้-คิดเอง) วิธีแก้ก็คงต้องย้อนกลับไปย่อหน้าตะกี๊ ถ้าจะให้ลูกอยู่หน้าคอม พ่อแม่ก็ต้องดูแลกันด้วย

     จริงๆ มีข้อเสียอีกหลายอย่าง แต่ขอละไว้ มาพูดถึงวิธีจำกัดเด็กหรือกำจัดเด็กออกจากหน้าจอบ้างดีกว่า

     1.  พ่อแม่ควรจะมีกิจกรรมล่อใจไว้เป็นบัญชีหางว่าว เมื่อลูกอยากจะดูโทรทัศน์หรือคอม พยายามดึงไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ได้ใช้อวัยวะและประสาทสัมผัสมากกว่าก่อน เช่น วิ่งเล่น ขี่จักรยาน เป่าลูกโป่ง เตะบอล ปั้นดินน้ำมัน ระบายสี ต่อจิ๊กซอ ต่อ LIGAO (คู่แข่ง LEGO ที่ไม่บอยคอตและได้มาตรฐาน มอก. ในราคาย่อมเยากว่า) พับกระดาษ ฯลฯ เรื่องกิจกรรมล่อเด็กนี่ ถ้ามีโอกาสก็จะมานำเสนอต่อไป

     2.  ส่วนตัวแล้วจะยอมให้ลูกดูบ้าง (ถ้าร้องอยากดู) แต่ถือโอกาสใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง เช่น ละหมาดก่อนแล้วให้ดู อาบน้ำก่อน แต่ถ้าวันไหนลูกไม่ออดอ้อนก็พยายามไม่นำเสนอ เพราะไม่จำเป็นต้องดูทุกวัน

     3.  จำกัดสื่อที่ให้ลูกดู ยิ่งเป็นหน้าคอมยิ่งต้องระวังอะไรแปลกปลอมหลุดเข้ามา ลิงค์สนามเด็กเล่นด้านซ้ายมือ ก็เป็นสื่อดีๆ ที่น่าสนใจ

     4.  สอนลูกให้รู้จักป้องกันตัวเอง แรกๆ เราอาจต้องดูใกล้ชิดเป็นพิเศษ พอสักพักเด็กบางคนจะเรียนรู้และวางใจได้ เช่น บางตอนมีเพลง เราก็บอกลูกว่า ตอนไหนมีเพลงให้ปิดเสียงด้วยนะ แล้วทำให้ดู (ในโน้ตบุ้คจะมีปุ่มนึงที่ใช้ปิดเสียงได้เลย ก็สอนให้เค้ากดปุ่มนั้น)

     5.  กำหนดเวลา บอกว่าให้ดูนานเท่าไหร่ (ตามตำราบอกว่าเด็กเล็กไม่ควรดูเกินวันละครึ่งชั่วโมง) สอนเรื่องตัวเลขและเวลาไปในตัว บอกว่าถ้าเข็มยาวอยู่เลขนี้ให้เลิกดูนะ ถึงลูกตัวเองจะไม่สน แต่ก็ใช้ได้ผลกับหลานๆ ล่ะ

     6.  เตือนก่อนเวลาหมด พอจะหมดเวลา ให้เตือนให้เด็กๆ รู้ตัวก่อน เช่น อีกห้านาทีนะจ๊ะ เค้าจะได้เตรียมใจปิดได้ทัน หรือสมมุติว่ามันเกินเวลาที่เราบอกไว้แล้ว ก็บอกว่า ให้อีกสามนาที อะไรก็ว่าไป บางทีมีการเจรจาต่อรอง ขออีกทีเดียว ก็หยวนๆ ยอมกันไป ไม่เสียหลาย ดีกว่าตัดบทแล้วเปิดสงครามกัน ห้ามพ่อแม่มาบอกลูกตอนหมดเวลาแล้วปิดเครื่องถอดปลั๊กทันที เป็นเรื่องแน่ๆ คุณแม่ๆ ต้องมีศิลปะกับลูกๆ หน่อยนะจ๊ะ

     7.  … นึกไม่ออกแล้ว ใครจะช่วยต่อได้บ้าง???

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s