จากใจ…เด็กที่ถูกฝากเลี้ยง….

    

ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จขกท ได้ยินข่าวเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุที่พยายามฆ่าตัวตาย เพราะถูกพรากหลานที่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ  คือ พ่อแม่เด็กเห็นว่า  ลูกตัวเองติดคุณตามาก ก็เอาตัวลูกกลับกรุงเทพฯมาด้วยเลย (กลัวว่า ถ้าบอก คุณตาจะไม่ยอม)

         ฝ่ายคุณตาเสียใจมาก เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ก็พยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ก็มีคนช่วยไว้ได้

         ประกอบกับ เมื่อหลายวันก่อน มีโอกาสได้ฟัง คลื่น 89.00 ตอนประมาณทุ่มนึง  (ต้องขอโทษด้วยค่ะ จำชื่อรายการ พิธีกร และชื่อคุณหมอไม่ได้)

ดีเจได้พูดเกี่ยวกับ การฝากลูกให้ผู้อื่นเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิดค่ะ  

คุณหมอพูดได้น่าสนใจดีค่ะ เลยอยากนำมาฝากคุณพ่อ คุณแม่ที่ฝากลูกไว้กับญาติ หรือ คุณตา คุณยายที่ต่างจังหวัดค่ะ

ดีเจได้ถามว่า การฝากลูกนั้นควรฝากถึงอายุประมาณกี่ขวบถึงจะเหมาะสม

ทางคุณหมอตอบว่า  เด็กในช่วงอายุแรกเกิด ถึงสามขวบนั้น จะมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์เป็นหลักค่ะ  ดังนั้นสิ่งที่เขาจะจดจำได้ ก็จะเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับอารมณ์เท่านั้น  

ในช่วงวัยนี้ ถ้าเขาได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่  ให้ความรัก ความอบอุ่นอย่างใกล้ชิด เขาก็จะมีความสุขและมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี  และถ้าเป็นไปได้คุณหมอก็ไม่อยากให้ฝากคนอื่นเลี้ยงเลยค่ะ

โดยเฉพาะเด็กอายุประมาณสองขวบกว่า จนกระทั่งสามขวบขึ้นไปนั้น เขาจะเริ่มมีพัฒนาการทางด้านสังคมร่วมด้วย  และผู้ที่จะช่วยอบรมสั่งสอนและให้คำแนะนำได้ดีที่สุด ก็น่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ของเด็ก

คุณหมอสรุปให้ฟังว่า  ถ้าเป็นไปได้ก็ควรฝากแค่ไม่เกินสามขวบ  หลังจากนั้นก็ควรพยายามนำกลับมาเลี้ยงด้วยตนเอง  คุณหมอย้ำนะคะว่า พยายาม!!  เพราะคุณหมอท่านก็ทราบดีค่ะ ว่า สมัยนี้คุณพ่อ คุณแม่หลายท่านต้องทำงานหาเลี้ยงชีพกันทั้งนั้น

คุณหมอบอกว่า  รู้สึกเป็นห่วงเด็กสมัยนี้  ที่กว่าจะได้กลับมาอยู่กับพ่อแม่ตัวเอง  ก็ตอนวัยรุ่น หรือ ตอนเข้ามหาลัยแล้ว  ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาในการปรับตัวเข้าหากัน  ระหว่างพ่อและแม่นั้น  มีโอกาสสูง

และเด็กก็อาจจะไม่เชื่อคำว่ากล่าวตักเตือนของคุณพ่อคุณแม่สักเท่าไหร่

จขกท นั่งฟังในรถกับสามียังคุยกันว่า  จะทำอย่างไรกับปัญหาพวกนี้ สามีบอกว่า  คงเป็นเรื่องลำบากถ้าเราเตือนลูกแล้วเค้าไม่เชื่อ  เนื่องจากความผูกพันทางใจนั้น  ไม่เทียบเท่ากับคนที่เลี้ยงดูลูกมาตั้งแต่เล็ก  ก็คงไม่ต่างกับ  การมีเส้นใยบางๆมากั้นระหว่างความเป็นแม่กับลูก

พอได้ฟังก็คิดขึ้นมาได้ว่า  สิ่งที่คุณหมอพูดนั้น ตรงกับเรื่องของตนเอง เพราะสมัยเด็ก จขกท ก็ถูกฝากเลี้ยงกับเพื่อนบ้านเหมือนกัน นึกย้อนกลับไป  ความรู้สึก เหงา  อ้างว้าง และเหมือนโดนทิ้ง  ก็ยังคงอยู่

http://pantip.com/cafe/family/topic/N8527573/N8527573.html

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Up ↑

%d bloggers like this: