ทางออกของหัวใจ

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ความรัก – อิบาดะฮฺของหัวใจ
    ความรักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจทุกดวง แต่แตกต่างกัน  เพราะมนุษย์แต่ละคนรู้จักและคิดกับมันไม่เหมือนกัน 
บางคนมองความรักเป็นเรื่องไม่สำคัญในชีวิต ไม่สนใจที่จะเรียนรู้และควบคุมมัน โดยอาจลืมไปว่าความรักเกี่ยวพันกับชีวิตเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  บางคนมองความรักเป็นเพียงสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง
โดยไม่ใยดีความรักต่อบุพการีที่สำคัญกว่า  หลายต่อหลายคนพยายามให้คำนิยามและสร้างมาตรฐานขึ้นเพื่อควบคุมมัน แต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกร่างขึ้นจากมนุษย์ผู้มีข้อบกพร่อง มันจึงอ่อนแอ อ่อนไหว และโอนเอน… 
ความรักของผู้ศรัทธา มิได้เป็นเพียงความหอมหวานที่กล่อมเกลาหัวใจให้เป็นสีชมพู หากแต่เป็นอิบาดะฮฺที่ขัดเกลาหัวใจมีคุณค่า 
ความรักอันดับแรกของผู้ศรัทธาซึ่งได้มอบให้กับอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาล ผู้ทรงสูงส่ง นั้นเป็นแนวทางสำหรับความรักรูปแบบอื่นๆ ซึ่งจะไม่มีวันหลง 
ผู้ศรัทธาที่รักอัลลอฮ ฺย่อมรู้ว่าเขาต้องรักใครอีกบ้างเพราะอัลลอฮฺทรงสั่งใช้  เขาจะไม่บกพร่องต่อบุคคลที่สมควรได้รับความรัก
อันได้แก่ บรรดานบี บุพการี สามี-ภรรยา ลูกหลานเครือญาติ และพี่น้องมุสลิม  และไม่ว่าเขาจะมีความรักต่อตัวเอง สัตว์ หรือสิ่งของใดก็ตาม
เขาก็จะเรียนรู้ที่จะจำกัดให้ความรักเหล่านั้น อยู่ในขอบเขตที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติ
ซึ่งเป็นขอบเขตที่สมดุล

เกาะฎออฺ เกาะดัร – กำหนดที่ลงตัว
    หากมนุษย์คนหนึ่งถูกให้เกิดมา พร้อมกับกำหนดทุกอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นั่นย่อมเป็นการบั่นทอนกำลังใจเป็นที่สุด เพราะเขาไม่ได้รู้สึกเลยว่าชีวิตเป็นของตัวเอง เขาไม่มีสิทธิ์คิดหรือตัดสินใจอะไรเลย 
    ในทางกลับกัน หากมนุษย์คนหนึ่งถูกให้เกิดมาพร้อมกับความเป็นอิสระอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรถูกกำหนดไว้เลยสำหรับเขา เขาเลือกที่จะเป็นอย่างไรและตัดสินใจอะไรก็ได้ นั่นย่อมสร้างภาระเกินตัวให้กับเขาอีกเช่นกัน  เขาไม่สามารถนิ่งนอนใจได้
เพราะต้องขวนขวายหาสิ่งต่างๆ ให้กับตนเองอยู่เสมอ
โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งนั้นมันเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ และจะสร้างความวุ่นวายและเดือดร้อนให้กับใครในสังคมหรือเปล่า
    แต่ในความเป็นจริง เราคือมนุษย์ซึ่งถูกให้เกิดมาด้วย “เกาะฎออฺ เกาะดัร” อันลงตัว อัลลอฮฺทรงกำหนดบางสิ่งไว้สำหรับเรา เช่น เพศ รูปร่างหน้าตา ฐานะ ฯลฯ ซึ่งผู้ศรัทธาเชื่อมั่นว่านั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับเขา (แม้ว่าบางครั้งเขาอาจไม่ชอบมัน) นี่เป็นหลักศรัทธาที่ทำให้เรามีจิตใจสงบ
เพราะมั่นใจว่าหากสิ่งใดเป็นริสกีที่อัลลอฮฺทรงกำหนดแก่เราแล้ว มันย่อมมาถึง แต่หากสิ่งใดที่อัลลอฮฺมิได้ทรงกำหนดแก่เราแล้ว มันย่อมไม่มาถึง 
    ขณะที่อัลลอฮฺทรงกำหนดบางเรื่องไว้แล้ว พระองค์ก็ทรงให้มนุษย์มีอิสระในบางเรื่อง เช่น การตัดสินใจเลือกทำความดีหรือความชั่ว (แต่การกระทำของเราจะเกิดขึ้นได้เมื่ออัลลอฮฺทรงประสงค์) เมื่อมนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจเลือกทำดีหรือทำชั่วด้วยตนเองแล้ว การรับผลตอบแทนในโลกหน้าก็เป็นสิ่งที่เขาต้องยอมรับ
 
เตาบะฮฺ – ประตูแห่งความหวัง

    หากมนุษย์ถูกปิดประตูแห่งการกลับเนื้อกลับตัวเมื่อทำผิด
โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นความผิดที่ร้ายแรงแล้ว
เขาย่อมหมดกำลังใจ ไม่มีแรงฮึดที่จะเปลี่ยนแปลง
และอาจถึงขั้นรั้นทำแต่ความชั่วให้รุนแรงขึ้นอีกก็เป็นได้
    แต่อัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ทรงเปิดโอกาสให้มนุษย์กลับเนื้อกลับตัวเมื่อทำผิดพลาด พระองค์ทรงเปิดรับการกลับเนื้อกลับตัวของบ่าวเสมอ
ดังหะดีษที่ท่านนบีصلى الله عليه وسلم กล่าวว่า
“แท้จริง อัลลอฮฺจะแผ่พระหัตถ์ของพระองค์ในตอนกลางคืน เพื่อรับการเตาบะฮฺจากผู้ที่ทำบาปในเวลากลางวัน
และจะแผ่พระหัตถ์ของพระองค์ในเวลากลางวัน
เพื่อรับการเตาบะฮฺจากผู้ที่ทำบาปในเวลากลางคืน จนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้น”
และในอีกหะดีษหนึ่ง
“แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงรับการเตาบะฮฺของบ่าว (ทุกเวลา)
เว้นแต่ในสภาพที่วิญญาณใกล้จะออกจากร่าง”
    การเตาบะฮฺเป็นสิ่งสร้างกำลังใจให้มนุษย์ ทำให้มีแรงยืนหยัดทำความดี เพราะด้วยความอ่อนแอที่อาจพลาดพลั้งทำผิดไป เมื่อเตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺอย่างจริงใจแล้ว ตราบใดที่พระองค์ยังมิทรงให้มะละกุลเมาตฺนำวิญญาณออกจากร่างไป เราก็ยังมีความหวังในการสะสมความดีให้เพิ่มพูน

อิสลาม – ระบอบชีวิตที่สมบูรณ์

    “อิสลามเป็นระบอบการดำเนินชีวิต” เป็นประโยคที่เราได้ยินกันจนชินหู และมักถูกหยิบยกมาบอกกล่าวแก่คนที่ไม่ใช่มุสลิมอยู่บ่อยๆ
ซึ่งนอกจากพวกเขาอาจไม่เข้าใจแล้ว บางคนถึงกับส่ายหน้าเลยด้วยซ้ำ เพราะในภาพของศาสนาอื่นที่เป็นเพียงเรื่องของพิธีกรรมหรือจริยธรรม เขาจึงไม่อาจจินตนาการได้ว่าศาสนาจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
อย่างการแต่งกาย การกินอาหาร การเข้าห้องน้ำ
หรือแม้แต่เรื่องใหญ่ๆ เช่น การปกครอง ฯลฯ
    หน้าที่ของเราในฐานะมุสลิมจึงไม่ใช่เพียงพูดประโยคนี้ซ้ำๆ ให้เขาเชื่อไปเอง  ไม่ใช่การถ่ายทอดอิสลามลงในหน้ากระดาษอย่างเดียว 
และไม่ใช่การเก็บประโยคนี้ไว้โดยไม่บอกกล่าวใคร …
แต่เรามีหน้าที่ทำความเข้าใจ ศึกษา และเรียนรู้ความเป็นระบอบชีวิตที่สมบูรณ์ของอิสลาม เก็บมาถ่ายทอดให้มันปรากฏอยู่ในการดำเนินชีวิตของเรา
ด้วยการแต่งกาย คำพูด กริยามารยาท และสิ่งต่างๆ ที่อิสลามสอน
เมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราแล้ว
การเผยแผ่อิสลามก็จะหลอมรวมอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา
นี่แหล่ะคือการประกาศว่า “อิสลามเป็นระบอบการดำเนินชีวิต” ที่แท้จริง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Up ↑

%d bloggers like this: