Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เมื่อหุดาเปลี่ยนไป

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

หุดา เป็นนักศึกษาปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยตระหนักว่าเธอคือมุสลิมะฮฺ เธอจึงคลุมฮิญาบและปกปิดร่างกายมิดชิด เหลือเพียงใบหน้าและฝ่ามือ ถึงแม้จะมีสายตาและเสียงหัวเราะเยาะจากเหล่าไฮโซในมหาวิทยาลัย เธอก็ยังคงอดกลั้นและรักษาฮิญาบต่อไป

 

        ห้องชมรม เป็นที่ละหมาดและพบปะกันของนักศึกษามุสลิม ที่นี่ทำให้หุดารู้สึกอบอุ่น มั่นใจ และพร้อมที่จะออกไปเผชิญกับผู้คนภายนอก เพราะเกือบทุกครั้งที่มาชมรม หุดาได้รับคำตักเตือนและความรู้อิสลามใหม่ ๆ อยู่เสมอ

 

ด้วยความที่หุดาเรียนเก่งและมนุษยสัมพันธ์ดี แถมยังคลุมฮิญาบเรียบร้อย จึงไม่แปลกที่เธอจะเตะตาเตะใจมุสลิมีนบางคนเข้า แม้ว่าหุดาจะวางตัวดีอย่างไร เธอก็อดรู้สึกถึงฟิตนะฮฺ (ความวุ่นวาย) ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เธอวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้ทรงประทานทางออกให้กับเธอ

 

        บนรถเมล์ขณะกลับบ้าน หุดานั่งติดกับป้าท่าทางใจดีคนหนึ่ง ป้าถามหุดาเรื่องการคลุมฮิญาบของมุสลิมะฮฺ แล้วบทสนทนาก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง… ป้าว่าหนูคลุมผ้าแบบนี้แล้วก็ยังสวยนะ ปากนิด จมูกหน่อย บวกกับยิ้มหวาน ๆ ด้วย ประโยคนี้ทำให้หุดาต้องสะดุดกึ่ก เพราะเธอคิดว่านี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหาให้วุ่นวายใจอยู่ตอนนี้ เธอร้องตะโกนคัดค้านในใจ ไม่เอา ๆ ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ มันไม่สงบเอาซะเลย

 

        เมื่อถึงบ้านหุดารีบอาบน้ำละหมาดแล้วละหมาดอัศริ ในช่วงสุญูดเธอวิงวอนขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺและขอให้พระองค์ทรงประทานทางออกให้แก่เธอ เมื่อละหมาดเสร็จ เธออ่านอัลกุรอานพบอายะฮฺที่ 59 ซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ ความว่า

โอ้นะบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธา ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ

        

         หุดาน้ำตาไหลอาบสองแก้ม เธอรู้ว่าสิ่งที่พบไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นี่คือทางออก หุดาคิดในใจ

 

        หุดาตัดสินใจคลุมหน้าในวันรุ่งขึ้น แม้เธอยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดนัก เพียงแต่รู้ว่ามีหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺ และยังเป็นลักษณะอาภรณ์ของบรรดาภรรยาท่านนบี  ที่เธอยกย่อง หุดาไม่รีรอ และยังวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้ทรงช่วยเหลือเธอในการทำความดีนี้

 

        อัลฮัมดุลิลลาฮฺ เยี่ยมไปเลย!” หุดาคิดในใจ เพราะอาภรณ์ใหม่นี้เสมือนเป็นกำแพงที่ป้องกันเธอจากเหล่าชายแปลกหน้าได้เป็นอย่างดี ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวาย ไม่มีใครมองเห็นใบหน้าหรือรอยยิ้ม ว่าแล้วเธอก็แอบยิ้มหวานดีใจภายใต้ผ้าคลุมหน้า

 

        กับเหล่ามุสลิมีนที่ชมรม หุดาไม่รู้ว่าพวกเขาคิดยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอได้รับ คือ ความสำรวมและการระมัดระวังอากัปกิริยามากขึ้น อย่างน้อยนี่ก็เป็นเครื่องแบ่งขอบเขตกับมุสลิมีนได้อย่างชัดเจน

 

เวลาผ่านไป…

แม้ว่าหุดาต้องเผชิญกับสายตาและกิริยาดูถูกหรือเยาะเย้ยมากขึ้น แต่ก็สายเกินไปแล้วที่จะทำให้เธอสละผ้าคลุมหน้าผืนนี้ หุดารู้ว่าความเศร้าใจจากการถูกเยาะเย้ยเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งดี ๆ มากมายที่เธอได้รับ และเธอรู้ว่านี่คือบททดสอบซึ่งเธอต้องอดทนเผชิญหน้ากับมันอย่างดีที่สุด

 

        สมาชิกในชมรมต่างชื่นชมการกระทำของหุดา เธอไม่รู้เรื่องมาก่อนจนกระทั่งข่าวลอยมาถึงหู ข่าวนี้ทำให้มีกำลังใจ แต่อีกใจหนึ่ง หุดาเกรงว่าการคลุมหน้าของเธอจะกลายเป็นการโอ้อวด เธอเฝ้าวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้คุ้มครองเธอ เพราะการโอ้อวดคือศัตรูตัวฉกาจที่จ้องทำลายภาคผลแห่งความดี หุดาหมั่นตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้แน่ใจว่า ทุกการงานของเธอเป็นไปเพื่อความพอพระทัยของอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว

 

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s