Posted in ไม่มีหมวดหมู่

ห้องเกิด (เหตุ)

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::: 

       หลังจากที่กรอกรายละเอียดลงในใบอะไรสักอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เดินเข้าสู่ห้องรอคลอด ที่นั่นมีพี่พยาบาลใส่แว่นท่าทางเรียบร้อยมาต้อนรับ ขณะปฏิบัติหน้าที่พี่เค้าก็ไต่ถามไปด้วยว่าต้องปฏิบัติตัวกับมุสลิมยังไง มีใครที่เห็นเราได้และไม่ได้บ้าง ขอบเขตเรื่องชายหญิง หลังจากเสร็จเรียบร้อยเราก็ไปนั่งรออยู่พักหนึ่ง พี่เค้าไปเตรียมห้องไว้ให้

       “ได้ห้องแล้วค่ะเมื่อเดินไปถึงพบว่าเป็นห้องริมสุด มีผ้าม่านปิดเรียบร้อย ใช่แล้ว เค้าเตรียมให้เราเป็นพิเศษเลย และหมอที่เป็นเวรช่วงนั้นก็เป็นหมอผู้ชาย เค้าจะไปตามหมอผู้หญิงจากอีกที่นึงมา ให้เรารอในห้องก่อน

       ขณะที่รอก็ไม่เหงา เพราะมีพยาบาลเข้าออกกันขวักไขว่ เจาะเลือด ฟังเสียงชีพจรเด็ก ฯลฯ ไม่มีผู้ชายมายุ่มย่ามเลย แถมมีบรรยากาศห้องใกล้ ๆ ด้วย อีกนิดเดียวค่ะ อื๊ดดด อุแง้ ๆๆอาหารที่นำมาให้ก็เป็นผลไม้จัดอย่างสวยงาม ปรากฏว่าหมอผู้หญิงไม่มา ก็เลยไม่ได้ตรวจ

       มาถึงช่วงเปลี่ยนไปที่ห้องพัก ต้องหอบสมบัตินั่งรถเข็นไป เอ๊ะ คนเข็นรถให้เราเป็นพี่ผู้หญิงที่เราเจอตอนแรก พอเจอเพื่อนทักว่าทำไมเข็นเอง เค้าก็บอกว่าขี้เกียจรอคนเข็นผู้ชาย นั่นแน่… รู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่ จริง ๆ แล้วเค้าเห็นเราลำบากใจมากกว่าก็เลยเข็นให้เองซะเลย อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอบคุณค่ะพี่ ^^

       ถึงห้องพักสี่คน มีม่านกั้นมิดชิดรอบด้าน ห้องน้ำใช้ร่วมกัน แต่เรื่องความสะอาดไม่มีที่ติ แม่บ้านเข้ามาดูแลความสะอาดตลอด ญาติที่เฝ้าต้องเป็นผู้หญิง งานนี้ก็เป็นหน้าที่ของแม่เรา พยาบาล (รพ.จุฬาฯ) นอกเครื่องแบบไม่เปิดเผยตัว มาคอยเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาในช่วงเวลาของการรอ…

       ถึงเวลาผ่าตัด คุณพยาบาลบุกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ลุกขึ้นค่ะ (เค้าไม่ได้พูดรุนแรงขนาดนั้นหรอก 55) เดินไปขึ้นรถนอนพร้อมเฟอร์นิเจอร์เต็มตัว นิกอบ ถุงมือ ถุงเท้า ไปนอนรออยู่หน้าห้องผ่าอยู่นาน ได้แต่ซิกรุลลอฮฺแก้ตื่นเต้น

       คราวนี้ของจริง เข้าห้องผ่าตัด มีเสียงเพลงคลอเบา ๆ พร้อมพี่พยาบาลหลายคนรุมล้อม ขอเป็นพยาบาลผู้หญิงหมดนะคะ พอเค้ารู้ว่าห้ามผู้ชายเห็นก็หากระดาษมาเขียนป้ายติดไว้หน้าห้องว่า ห้ามสุภาพบุรุษเข้า พอเราบอกว่าฟังเพลงไม่ได้ พี่เค้าก็ปิดให้ แล้วก็จัดแจงเก็บนิกอบและถุงมือถุงเท้าใส่ถุงไว้ให้อย่างดี

       ผ่าตัดครั้งนี้ใช้วิธีบล็อกหลัง ทำให้รู้สึกชาแค่ครึ่งล่าง มีสติตลอด แต่เค้าเอาผ้าปิดไว้ไม่ให้เราเห็น ก็เลยไม่รู้เรื่อง รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงร้อง อุแง้ ๆๆ ใช่ ฮัมซะฮฺมาแล้ว พยาบาลก็อุ้มฮัมซะฮฺมาหอมแก้มอุมมี ตอนนั้นไม่ได้พูดอะไร รู้แค่ว่าดีใจมาก ปลื้มใจมาก น้ำตาไหล นอนยิ้มต่อไป เรามีลูกเป็นของตัวเองแล้ว!” อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ^^

       เสร็จจากผ่าตัด พี่พยาบาลก็ช่วยกันใส่เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ แล้วส่งต่อไปห้องพักรอดูอาการ ก่อนจากไปก็สั่งเสียพี่ที่ห้องนั้นไว้เสร็จสรรพว่า น้องเค้าเปิดไม่ได้นะ ต้องระวัง ตอนนี้ไม่ได้ใส่ถุงมือถุงเท้าก็ต้องเอาผ้าปิดไว้ให้นะ

       ตอนกลับไปห้องพัก ที่จริงต้องเปลี่ยนรถนอนเพื่อเข็นไป แต่พี่เค้ากลัวลำบากก็เลยให้เข็นเตียงที่เรานอนอยู่นั่นล่ะ ขึ้นห้องไปเลย จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนหลายต่อ เพราะคนเข็นเป็นผู้ชาย งานนี้ก็เลยง่ายเลย

       ย้อนกลับไปหาสาเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างราบรื่นที่เล่ามาทั้งหมด ไม่ใช่อะไรเลย มันเริ่มต้นจากการละหมาดอิสติคอเราะฮฺก่อนไปโรงพยาบาลเท่านั้นเอง เรื่องที่ใหม่หรือคิดว่ายากสำหรับเราก็ผ่านไปด้วยดี จนถึงวันนี้ที่ฮัมซะฮฺ 6 เดือนแล้ว อุมมีก็งงเหมือนกันว่า ทำไมเพิ่งมาเล่าเรื่องฮัมซะฮฺเกิดหลังจากที่ผ่านไปครึ่งปีแล้ว 555 ^^

ผู้เขียน:

Homeschooling Muslim Mom

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s