ก้าวแรก… บ้านเรียน

รูปภาพ

 ยังไม่ได้คุยกันถึงวิธีการ(How to) สู่บ้านเรียนแบบเป็นรูปธรรมกันเลย พอดีประจวบเหมาะกับที่ได้ลองชิมและมองเห็นอะไรชัดเจนขึ้นในการเดินเส้นทางนี้  น่าจะพอเป็นประโยชน์กับพี่น้องได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

เริ่มต้นก้าวแรกสำคัญที่สุดของทุกขั้นตอนในชีวิตผู้ศรัทธา พลาดไม่ได้กับ “ดุอาอฺ” และ “อิสติคอเราะฮฺ” เคียงคู่กันไปตลอดเส้นทาง จะเรียกตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ ระหว่างนั้นให้ใช้เวลากับการหาข้อมูลเรื่อง “บ้านเรียน(Homeschool)” ให้อิ่มตัว จะใช้เวลามากหน่อยก็คุ้มค่ะ เพราะเรื่องนี้ไม่มีรูปแบบตายตัว ยิ่งเราเปิดหูเปิดตาเจอข้อมูลเยอะเท่าไร ยิ่งเปิดสมองเราให้คิดอะไรได้กว้างขึ้น (ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ)  ตอนนี้มีข้อมูลภาษาไทยเยอะแยะ ค้นง่ายค้นได้เลย

มาถึงขั้นตอนนี้ ถ้าอัลลอฮฺยังให้เรารู้สึกว่าบ้านเรียน “ใช่” สำหรับเรา ก็ไปต่อกันเลยค่ะ

  1. กฎหมายบ้านเรียน   ตอนนี้ในประเทศไทยมีกฎหมายที่เอื้อต่อการจัดบ้านเรียนอย่างเป็นทางการ แต่ต้องยอมรับว่าในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่มาก ตั้งแต่ติดต่อจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษา(ที่กฎหมายให้อิสระสำหรับหลักสูตรที่ไม่อิงสาระแกนกลางเหมือนในระบบ แต่ก็น้อยนักที่รอดมาได้) ไปจนถึงการประเมินผล(ที่ตกลงกันว่าประเมินตามสภาพจริง แต่สุดท้ายก็ทำข้อสอบจริงไปหลายราย)  อย่างไรก็ตาม หลายครอบครัวก็ยังเลือกที่จะเดินบนเส้นทางนี้ แม้ต้องต่อสู้ตลอดเส้นทาง ก็มีบ้างแล้วที่ประสบความสำเร็จ เพราะความมุ่งมั่นที่จะให้ลูกได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพและสร้างคนดีในสังคม เช่นนี้เราจะกังวลอะไร  นอกจากจดทะเบียนตามกฎหมายนี้ก็มีรูปแบบการฝากชื่อกับโรงเรียนบางโรงเรียนด้วยค่ะ
  2. คุณค่า   ตอบตัวเองและคุยกันในครอบครัว(เล็ก)ให้ชัดเจนว่า คุณค่าที่เราต้องการให้ลูกเรามีคืออะไร? เส้นทางใดที่จะเอื้ออำนวยให้เกิดสิ่งนั้นได้ เราอาจไม่ได้ต้องการให้ลูกสอบได้คะแนนดีเด่นของประเทศ แต่พอใจที่ลูกจะมีความสุขในการเรียนรู้ มีทักษะสังคม ทักษะการใช้ชีวิต และที่สำคัญคือบรรยากาศความรู้และบุคลิกภาพแห่งอิสลามที่อาจหาไม่ได้ง่ายนักในโรงเรียน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเป้าหมายของการจัดบ้านเรียนของเรา ซึ่งในแต่ละระยะที่เราประเมินแล้วว่ายังไม่ตอบโจทย์นี้ เราก็จะปรับให้มันรับกันมากขึ้น
  3. มั่นใจในการตัดสินใจ   เมื่อได้อิสติคอเราะฮฺประกอบการตัดสินใจแล้ว เราก็มั่นใจในการเดินบนเส้นทางนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เปลี่ยนใจไม่ว่าสภาวการณ์ใด ตราบใดที่เราประเมินว่าในบริบทปัจจุบันเราทำได้ก็ให้มั่นใจทำต่อไป อย่าได้หวั่นไหวกับอะไรยุบยิบรอบข้าง แต่เมื่อใดที่เราเริ่มสงสัยว่ามัน “ไม่ใช่” การอิสติคอเราะฮฺก็จะเสริมความมั่นใจให้เราเลือกได้ถูกค่ะ
  4. ค้นหารูปแบบการเรียนรู้ของลูก  แต่ละคนถนัดเรียนรู้ไม่เหมือนกัน บางคนถนัดเรียนรู้จากการฟัง บางคนจากการอ่าน บางคนจากการเขียน ถ้าเรารู้แนวทางก็จะจัดกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกได้ง่ายขึ้น  ในวัยอนุบาล วางกรอบไว้กว้างๆ แล้วให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านการเล่น ลูกจะมีความสุขมากและเรียนรู้ได้ดี  เมื่อโตขึ้นลูกต้องเรียนรู้เนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้นก็ให้เลือกกิจกรรมที่ลูกสนใจแล้วสอดใส่เนื้อหาลงไป สังเกตแววตาและความร่าเริงสดใสของลูก เราจะได้คำตอบว่ามัน “ใช่” หรือไม่
  5. เกาะติดญะมาอะฮฺ   เราอาจไม่ได้อยู่ใกล้กัน แต่ปัจจุบันสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่าย กลุ่มพ่อแม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน จะช่วยให้คำปรึกษาและให้กำลังใจเราได้มากในยามที่เราต้องการ สำคัญที่สุดคือสามี(หรือภรรยา)ของเราที่ต้องพูดคุยปรึกษากันเสมอให้รู้ว่าเราทำอะไรและมีปัญหาอะไร เพื่อช่วยกันประเมินและร่วมกันคิดถึงแนวทางที่บ้านเราจะเดินต่อไปในอนาคต
  6. เลือกหลักสูตรหรือสร้างหลักสูตรของเราเอง   หลักสูตรที่ตอบโจทย์ “คุณค่า” ที่ลูกเราคู่ควร
  7. บันทึกการเรียนรู้  สำหรับประเทศไทยเวลาเขียนแผนบ้านเรียนเราจะเขียนกันว่า “ประเมินผลตามสภาพจริง” ซึ่งก็หมายถึงประเมินจากบันทึกต่างๆ ที่เราได้รวบรวมเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นบันทึกเขียนรายวัน-รายสัปดาห์ตามสะดวก ภาพถ่าย ภาพวีดีทัศน์ ใบงานเด็กๆ สิ่งประดิษฐ์ เรียกว่าเรียนรู้อะไรก็บันทึกในรูปแบบที่บันทึกได้นั่นล่ะค่ะ  แม้จะติดปัญหาอยู่บ้างตอนนี้ว่า บันทึกที่เรารวบรวมนี้อาจถูกมองว่าไม่เพียงพอต่อการประเมินผลเทียบเท่ากับการทำข้อสอบแบบระบบโรงเรียน แต่มันมีคุณค่ามหาศาลทางจิตใจของครอบครัวเรา และไม่ว่าใครจะว่ายังไง เราก็สามารถนอนยันได้เลยว่าเราได้ “อบรม” ลูกจริง นอกจากผลงานที่เก็บใส่หีบไว้ก็เห็นได้จากพัฒนาการตัวเป็นๆ ของลูกค่ะ
  8. ปัจจัยอื่นๆ  นอกจากนี้ก็มีปัจจัยยิบย่อยที่แตกต่างไปแต่ละครอบครัว ขอหยิบบางประเด็นมาเป็นสำคัญนะคะ
  • ก.   เงิน   ปัจจัยนี้คงอยู่ในปัจจัยต้นๆ ที่อดคำนึงไม่ได้สำหรับทุกครอบครัว แต่บอกได้เลยว่าการทำบ้านเรียนไม่ได้ใช้เงินทุนอะไรมากมาย เทียบกับไปโรงเรียนเราตัดค่าเทอม ค่าชุด ค่าอุปกรณ์ ค่ารถ ฯลฯ ไปและยังได้ค่าอุดหนุนรายหัวจากรัฐบาลด้วย(ในกรณีที่จดทะเบียนกับเขตฯ)  หนังสืออุปกรณ์เราซื้อหาพอประมาณ ฝึกประดิษฐ์จากวัสดุใกล้ตัว สอนลูกให้ประหยัด และสามารถใช้สวัสดิการสาธารณะที่มีอยู่แล้วได้ เช่นสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ห้องสมุดประชาชน เป็นต้น
  • ข.    ครอบครัว   ขนาดของครอบครัว(จำนวนลูก)ก็มีผลต่อการทำบ้านเรียน ถ้าสักแต่จะทำก็ถูไถทำไปได้ค่ะไม่ว่าลูกจะมากน้อยมีคนช่วยหรือไม่อย่างไร แต่ถ้าเราต้องการ “คุณภาพ” ด้วยก็ประเมินกันดูว่า แค่ไหนที่รู้สึกว่าใช่ไม่ใช่อย่างไร ประเมินรายวันว่าลูกมีความสุขมั้ย มีพฤติกรรมอย่างไร เราเครียดมั้ย บรรยากาศในบ้านเป็นยังไง ถ้าใช่ก็เดินหน้าต่อ ถ้าไม่ใช่ก็เลือกเส้นทางที่ใช่สำหรับครอบครัวเราค่ะ
    นอกจากนี้ก็คือรูปแบบ “ครอบครัวเดี่ยว” หรือ “ครอบครัวขยาย” ซึ่งครอบครัวเดี่ยวเรามีอิสระชัดเจนในการเลือกทุกอย่างที่จะให้กับลูก แต่ก็ประเมินดูว่าเราไหวมั้ย ถ้าเป็นครอบครัวขยายเราอาจได้คุณย่าคุณยายมาช่วย ก็อาจติดขัดตรงแนวคิดเลี้ยงลูกบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน ชั่งน้ำหนักดูค่ะว่า ครอบครัวแบบใดที่จะลดภาระหรือเอื้อให้บ้านเรียนของเราเติบโตได้ดีกว่า
  • ค.   คุณครู/แม่บ้าน   เราอาจไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงบทบาทเดียว แต่ก็มีบางครั้งหรือบางช่วงเวลาที่ต้องเลือกสักบทบาท มิเช่นนั้นจะล้นมือเกินรับได้ การจะหาครูดีๆ ที่ใช่และลงตัวคงเป็นไปไม่ได้สำหรับทุกครอบครัว และหลายๆ ครั้งเราก็คิดว่าเราเป็นครูให้ลูกได้ดีที่สุดเพราะเรารู้อารมณ์และความต้องการของลูก (แต่สำหรับลูกบางคนอาจชอบเรียนรู้จากครูมากกว่า)  ดังนั้น ถ้าเราไม่สามารถเป็นครูที่ดีของลูกได้ ก็ให้เลือกครูที่ “ใช่” ให้ลูกและเราดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ
  • ง.    ตารางเวลา   ตารางเวลาสำหรับลูกๆ โดยเฉพาะลูกเล็กเป็นอะไรที่หลวมๆ ค่ะ ตามความต้องการและอารมณ์ของลูก เมื่อลูกสบายใจพร้อมเรียนรู้เราก็ฉวยเวลานั้น  พอลูกโตขึ้นจะเริ่มวางตารางที่ชัดเจนขึ้นมาได้มากขึ้น จะหลวมจะแน่นก็อย่ารัดให้ลูกอึดอัดเลยค่ะ เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้อย่างผ่อนคลายในบ้านที่น่าอยู่ดีกว่า … อันที่จริง “ตารางเวลา” ที่ว่านี้หมายถึง ตารางของคุณแม่หรือหัวเรี่ยวหัวแรงในการดูแลลูกมากกว่า ถึงจะมีงานบ้านมีผ้ารออยู่ ก็ต้องแข็งขันกับตัวเองว่าจะสอนลูกตอนไหนจะทำงานบ้านตอนไหน (แต่ก็ดูให้เรียบร้อยนะคะไม่ใช่ปล่อยวางจนเกิน..) บ้านเรียนจะมีวินัยหรือไม่อยู่ที่วินัยของคุณแม่เป็นหลักค่ะ นอนยัน!

เท่านี้คงจะพอแบ่งปันให้พี่น้องได้มองเห็นอะไรชัดขึ้นบ้างนะคะ ขอบคุณบทความที่ช่วยนำทางตบเกลาความคิดให้เป็นหมวดหมู่จากที่นี่  http://www.homeschool-by-design.com/start-homeschooling.html  ก่อนที่จะใส่เนื้อหาที่ประมวลมาด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ   ขอพระองค์ช่วยเหลือทุกครอบครัวในการสร้างมุมินตัวน้อยค่ะ

About these ads

3 responses to this post.

  1. ขอบคุณมากนะค้า สู้ๆ เช่นกันค่า

  2. มาทักทายจ้า เป็นกำลังใจให้ สู้ๆนะคะ^_^

  3. Posted by kamoltlb on 2012/10/18 at 08:51

    ขอความเมตตาจากอัลลอฮฺซุบฮานะฮุวะตะอาลาให้มีความพยายามต่อไปและประสพความสำเร็จในการสร้างลูกหลานให้เป็นตัวแทนเราในการสร้างสังคมต่อไปข้างหน้า อินชาอัลลอฮฺ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 140 other followers

%d bloggers like this: